[Ik Fic] Valentine Series II : From minute to minute
posted on 14 Feb 2009 06:30 by norin in Fictionจู่ๆก็รู้สึกเบื่อขึ้นมาเสียแล้ว เบื่อไอ้สองคนนี่อะ ไม่รู้จะรักอะไรกันนักกันหนา ไม่ได้เบื่อที่จะเขียนหรอกแต่กลัวคนอ่านจะเบื่อซะมากกว่า ซึ่งความจริงคนที่เขียนฟิกคู่นี้ก็มีคนเดียวในประเทศไทย ไม่สิ น่าจะเป็นคนเดียวในโลกได้มั้งนี่ แล้วมันก็พยายามยัดเยียดให้คนอื่นได้รับรู้ถึงความวิปริตของมันโดยการทู่ซี้เขียนมาอยู่ได้ และตอนนี้โนะรินก็รู้สึกว่าจะยัดเยียดให้มากเกินไปแล้วหรือเปล่า?
เบื่อกันหรือเปล่า? เบื่อไหม? โนะรินคงบรรลุขั้นสุดยอดแล้วจริงๆด้วยสินะ จะทำยังไงให้ความมั่นใจมันกลับมาดี??
(ขอคอมเม้นเพื่อเพิ่มกำลังใจหน่อยสิ)
NOTE : ถึงจะบอกว่าเป็นฟิกวาเลนไทน์แต่ก็คงไม่หวานหรอก เพราะโนะรินเบื่อเสียแล้วไอ้ความหวาน อย่างที่บอกว่าเรื่องนี้มันออกจะเรียบเรื่อยน่าเบื่อเอื่อยเฉื่อย มันเลยทำให้โนะรินเซ็งและเสีย SELF อย่างแรง แต่ก็ขอบอกไว้ก่อนว่าโนะรินชอบนะเรื่องนี้น่ะ แต่รู้สึกเหมือนไม่เข้าการตลาดไงไม่รู้
ลองอ่านดูกันอีกซักตอนแล้วกัน...
From minute to munute : Between Valentine
ขณะความรักเยี่ยมกราย
......................
ทำไมวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ถึงต้องเป็นวันวาเลนไทน์?
แล้วทำไมวันวาเลนไทน์ถึงต้องเป็นวันแห่งความรัก?
...นั่นไม่ใช่ปัญหาครับ ปัญหามันอยู่ที่วันวาเลนไทน์เป็นวันแห่งคู่รัก มองไปทางไหนก็มีแต่ความสุขสดชื่น สมหวัง รักกัน โลกสีชมพู
ยกเว้นผม... ไอ้เคียว ผู้ไม่เคยมีความรัก
...
"นิมุระคุง อันนี้เธอน่าจะใช้สีที่ทำให้ฉากหลังโดดขึ้นมาอีกนิดนะ" เสียงต่ำๆของคุณเจ กำลังอธิบายงานที่ผมได้รับมอบหมายเป็นชิ้นแรกในฐานะพนักงานฝึกงาน ความจริงมันไม่ใช่หน้าที่ของเขาเลยซักนิดที่จะต้องมาก้าวก่ายงานของผม เพราะคนที่ได้รับมอบหมายให้เป็นคนดูแลผมน่ะ คือผู้ชายที่ทำตัวเหมือนคนเป็นใบ้ตลอดเวลา ที่นั่งอยู่ข้างๆนี่ต่างหาก
เสียงคุณเจยังคงวิจารณ์งานของผมตามความเห็นอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายก็หันไปหา.... "ใช่ไหมอิโนะ?"
"ฮื่อ..." เจ้าหมอนั่นรับคำในลำคอ สาบานได้ครับ ว่าหนึ่งวัน ผมนับคำพูดของเขาได้ไม่เกินสิบคำ เฉลี่ยแล้วหนึ่งอาทิตย์เขาจะพูดไม่ถึงหนึ่งร้อยคำ เดือนนึงก็ไม่เกินพันประโยค
...ไอ้หมอนี่มันเอาปากออกมาจากท้องแม่หรือเปล่าวะเนี่ย?
ไม่รู้ว่าฮิเดะซังหัวหน้าแผนกคิดยังไงถึงให้เขาเป็นพี่เลี้ยงของผม เพราะไปๆมาๆคนที่ดูแลสอนเรื่องต่างๆก็ไม่วายเป็นคุณเจเพื่อนสนิทของเขา นอกจากต้องดูแลเจ้าทอจจิแล้ว ยังต้องมาเป็นล่ามเผื่อแผ่ให้ผมอีก
คุณเจผู้แสนดี ดูครั้งแรกกับผมทองจ๋า รูปร่างสูงล่ำ ดูเผินๆนึกว่ายากูซ่า แต่ที่ไหนได้ ทุกอย่างกลับตรงกันข้าม ไม่รู้ว่าคุณเจผู้สว่างไสวเป็นเพื่อนสนิทกับคนที่มืดทะมึนตลอดเวลานั่นได้ยังไง?
...แล้วผู้ชายคนที่ผมเจอที่สถานีรถไฟวันนั้น เป็นคนเดียวกับเจ้าหมอนี่หรือเปล่า?
..................
"สวัสดีค่ะ"
ขณะที่ทุกคนกำลังทำงานกันอยู่ในห้อง ไม่สิ ขาดคุณสึงิที่ออกไปพบลูกค้า ก็มีสาวสวยคนหนึ่งเยี่ยมหน้าเข้ามา
"ฉันมาพบคุณอิโนะอุเอะค่ะ"
เจ้าหมอนั่นลุกขึ้นอย่างเนือยๆ ซึ่งผมรู้แล้วว่าเป็นท่าทางปกติ ก่อนจะเดินออกไปข้างนอกพร้อมสาวสวยคนนั้น
"...เอาอีกแล้วสิ อิโนะ" หลังจากลับร่างของสองคนนั่น คุณริวอิจิก็พูดขึ้นมา
"ดีนะเจ้าสึงิไม่อยู่ ไม่งั้นมีสงคราม สงคราม ฮ่าๆ" คุณเจหัวเราะทั้งๆที่ยังก้มหน้าทำงาน
ผมกับเจ้าทอจจิมองหน้ากัน ก่อนที่ผมจะส่งสัญญาณให้เจ้าทอจจิเข้าไปสืบราชการลับกับคุณเจ
"ที่ว่าสงครามน่ะ อะไรหรือครับคุณเจ"
"อ๋อ ก็เจ้าอิโนะมันเป็นเสือผู้หญิง เห็นเงียบๆอย่างนี้ ไม่เคยขาดสาวๆเลย นี่เพิ่งบ่นว่าวาเลนไทน์ปีนี้โสด สงสัยจะไม่ซะแล้ว" คำอธิบายของคุณเจทำเอาถึงกับอึ้ง
"ก็เป็นผู้ชายที่ 'ผู้หญิงอยากออกเดทด้วยมากที่สุด' ในบริษัทนี่นา" คุณริวอิจิเสริมพลางหัวเราะ "ไม่รู้ปีนี้อิโนะกับสึงิใครจะได้ช๊อคโกแลตมากกว่ากัน เห็นแข่งกันทุกปี""เสมอกันมาสามปีแล้วนี่หว่า"
"ไม่แน่ ปีนี้อาจมีคนชนะก็ได้"
ผมสองคนฟังบทสนทนานั้นอย่างอึ้งๆ กับคุณสึงิ รุ่นพี่ที่แต่งตัวสีฉูดฉาดคนนั้น ใบหน้าคมหล่อเหลาดูมีเสน่ห์ก็ไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่ แต่คุณอิโนะที่เงียบๆมึนๆ เนี่ยนะ? ไม่อยากจะเชื่อ ผู้ชายคนนั้นมีเสน่ห์ตรงไหนกันนะ??
"ไง อิโนะ วันนี้ไม่ไปกินข้าวกลางวันกับฉันแล้วสิ" คุณเจทักเมื่อคนที่เป็นหัวข้อสนทนาเดินเข้ามาในห้อง
"ฮื่อ" คุณอิโนะตอบเรียบๆเช่นเคย ก่อนจะนั่งทำงานต่อ...
...ตกลงคนที่ผมเจอที่สถานีรถไฟวันนั้นเป็นคนละคนกันใช่ไหมครับ?
..................
ผมยอมรับครับ ว่าหลังจากวันนั้น ผมก็คิดถึงแต่เขาคนนั้น...ไม่สิ จะพูดว่า 'ความคิดถึง' มันก็ฟังแล้วแปลกๆ เอาเป็นว่าผมนึกถึงเขาตลอดเวลาแล้วกัน...ความจริงเขาจะทิ้งผมไว้อย่างนั้นก็ได้ แต่เขากลับอยู่ข้างๆผมทั้งๆที่ไม่มีคำพูดใดๆระหว่างเรา ...แปลก
แปลก...ที่เขานั่งเป็นเพื่อนผม ทั้งๆที่ดูเหมือนเป็นคนไม่สนใจใคร
แปลก...ที่ผมไม่รู้สึกอึดอัดแม้แต่น้อย ทั้งๆที่ผมเป็นคนเกลียดความเงียบยิ่งกว่าสิ่งใด
...เพราะมันอยู่ใกล้กับความเหงา
ผมยอมรับครับ ว่าผมอยากเจอเขาอีกครั้ง และเมื่อผมได้เจอเขาเข้าจริงๆในวันที่มาทำงานวันแรก ผมกลับนึกคำพูดไม่ออก เราแนะนำตัวเหมือนคนไม่เคยเจอกันมาก่อน เราไม่พูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนั้นเลย เราทำเหมือนเพิ่งเคยเจอหน้ากันครั้งแรก
ผมยอมรับครับ ว่าแอบผิดหวังอยู่ลึกๆ
..................
"ไอ้เคียวดูเด่ะ ช๊อคโกแลตโคตรน่ากินเลยว่ะ"
ทอจจิชี้ให้ผมดูในตู้กระจกร้านค้าที่ตอนนี้ประดับประดาด้วยริบบิ้นและลูกโป่งสีแดงและชมพูรูปหัวใจ ตอนนี้ร้านค้าแทบจะทุกร้านเปลี่ยนโฉมรับเทศกาลวาเลนไทน์ที่ใกล้เข้ามาในอีกไม่กี่วัน คอลเลคชั่นแห่งความรักมากมายดาหน้ากันออกมาให้บรรดาคู่รักจับจ่ายซื้อหามอบให้กันเป็นของขวัญ รวมทั้งช๊อคโกแลตแบบใหม่ๆ ทั้งรสชาติทั้งแพคเกจที่ออกเฉพาะช่วงนี้เท่านั้น
"เออ น่ากิน แต่ฉันเกลียดช๊อคโกแลตว่ะ" ผมตอบเซ็งๆ
"โหย พาลว่ะเคียว แค่ไม่มีแฟนแค่นี้ ไม่ต้องขวางโลกก็ได้" ไอ้ทอจจิพูดแทงใจจึ้กๆ
"ไม่ได้ขวางเว๊ย รีบไปซื้อของเลยแก เดี๋ยวคุณเจบ่นเอา"
เจ้าทอจจิทำหน้ายุ่งก่อนจะเดินเข้าร้านเครื่องเขียนเพื่อซื้อของไปทำงาน และเมื่อเรากลับเข้าบริษัทอีกครั้งในตอนบ่าย คุณฮิเดะก็เรียกเราสองคนไปพบทันที
"มีโปรเจคเข้ามาสองงาน และฉันก็ให้เจกับอิโนะเขาไปแล้ว" คุณฮิเดะพูด "ฉันอยากให้เธอสองคนมีส่วนร่วมในโปรเจคนี้ โดยเป็นคนพรีเซ้นกับลูกค้า โทชิยะช่วยเจ เคียวช่วยอิโนะ แน่นอนว่าพวกเธอต้องรู้รายละเอียดงานเป็นอย่างดี ช่วยทุกอย่างเท่าที่ทำได้"
ฟ้าผ่าครับ...พรีเซ้นงานกับลูกค้า คู่กับใครไม่คู่ดันคู่กับคนเป็นใบ้ ที่คิดฝันว่าหมอนั่นจะช่วย ...ก็จงเป็นฝันต่อไปเถอะ
ผมเดินคอตกออกจากห้องหัวหน้าแผนก โดยมีโทชิยะตบไหล่ให้เป็นกำลังใจ
......
....เขาว่าชั่วระยะที่เข็มนาฬิกาเปลี่ยนจากนาทีหนึ่งเป็นอีกนาทีหนึ่ง มีอะไรเกิดขึ้นได้มากมาย...
...มันจะเป็นไปได้อย่างนั้นเชียวเหรอ?
...
ข้างนอกท้องฟ้ามืดลงทุกขณะ ไม่มีใครในห้องเหลืออยู่ซักคน ผมกำลังนั่งอ่านแฟ้มงานที่ต้องรับผิดชอบอย่างเงียบๆ ไอ้หมอนั่นไม่รู้หายหัวไปไหนตั้งแต่ช่วงบ่ายแล้ว
เกลียด...เกลียดความเงียบแบบนี้ ทุกจังหวะของนาทีต่อนาที มันช่างผ่านไปอย่างเชื่องช้า...
ใกล้จะเดินเข้ามาแตะไหล่ผมแล้วครับ...ความเหงา
...
เสียงฝีเท้าไม่ดังนัก แต่ในความเงียบแบบนี้กลับได้ยินอย่างชัดเจน ผมเงยหน้าขึ้นมองแล้วก็ต้องประหลาดใจหนักกว่าเก่าเมื่อพบว่าคนที่หยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะเป็นคนที่ไม่คิดว่าจะปรากฎตัวได้ในเวลานี้
"คุณยังไม่กลับ?" ผมเผลอถามด้วยความประหลาดใจ
ใบหน้าหวานนั้นยังคงดูไร้อารมณ์เหมือนที่เป็นเสมอ
"นายก็ยังไม่กลับ" เขาย้อนด้วยคำพูดที่เป็นเนื้อความเดียวกัน จะพูดทั้งทียังไม่คิดเองเลยให้ตายเถอะ
"...ไหนว่าไปเดทไง" ผมบ่นพึมพัม ใช่...เขาออกจากบริษัทตั้งแต่ช่วงบ่าย ออกไปพบลูกค้าแล้วก็ไปเดทต่อกับสาวสวยแผนกบัญชีที่มาหาวันนั้นแหละ
"เปล่า" หมอนั่นลากเก้าอี้มานั่งตรงหน้าผม แล้วพูดประโยคที่ทำให้ผมต้องเงยหน้าขึ้นมองอย่างไม่เชื่อหู "นายหึงเหรอ?"
"หา???" ผมอ้าปากค้าง "พูดอะไรน่ะ? คุณเมาหรือเปล่าเนี่ย? คุณอิโนะ"
"เปล่า" เขายิ้มครับ สาบานได้ว่าผมเห็นเขายิ้ม แม้จะเป็นเหมือนหยักมุมปากนิดๆก็เถอะ แล้วก็แค่แป๊ปเดียวเท่านั้นหน้าเขาก็กลับมาตายนึ่งเหมือนเดิม
"นายรู้หรือเปล่าว่าโปรเจคที่ต้องทำคืออะไร?" จู่ๆเขาก็ถามขึ้น
"โฆษณาช๊อคโกแลตวาเลนไทน์" ผมตอบเซ็งๆ
"ดังนั้น" จู่ๆเขาก็ยกถุงใบใหญ่ที่ถือติดมือมาตอนแรกวางลงบนโต๊ะต่อหน้าผม "นายต้องกินนี่ให้หมด" ....ทั้งหมดนั่นเป็นกองช๊อคโกแลตครับ
"หา???" ผมตาค้าง "จะบ้าเรอะ ขืนกินหมดนี่ก็ท้องเสียพอดี ที่สำคัญ ผมไม่ชอบช๊อคโกแลต!!""แต่นายชอบคิตตี้งั้นสิ"
"หา??"
"ตรงนี้" เขาเอานิ้วจิ้มหางคิ้วตัวเองตรงที่ยังเหลือรอยนิดๆ ทำให้ผมนึกถึงเรื่องวันนั้นขึ้นมาได้
"ไม่ใช่! นั่นของน้องสาวผม" ผมรีบปฏิเสธ หน้าก็คงแดงไม่รู้ตัว นึกแล้วก็น่าขายหน้า น้องสาวผมชอบยัดเยียดของพวกนี้ให้ผมพกไว้เสมอๆ"แต่ก็เหมาะกับนายดี เอ้า...กล่องนี้ฉันซื้อมาให้นายโดยเฉพาะ ช๊อคโกแลตคิตตี้" เขาหยิบกล่องที่เป็นรูปเจ้าแมวสีขาวผูกโบว์สีแดงท่าทางปัญญาอ่อนขึ้นมา
"กินซะ หรือจะให้ฉันป้อน"
ผมรู้สึกเหนื่อย แค่ชั่วเวลาไม่กี่นาทีรู้สึกว่าอะไรๆ มันเกิดขึ้นเยอะเสียจนปรับอารมณ์ตัวเองไม่ทัน ได้แต่นั่งมองกล่องรูปคิตตี้ในมือ มองคนตรงหน้าที่กำลังแกะห่อช๊อคโกแลตหนึ่งในหลายสิบกล่องใส่ปาก
"อันนี้อร่อยแฮะ" เขาพูดงึมงัม
"วันนี้คุณพูดเกินสิบคำแล้วนะ คุณอิโนะ" ผมเผลอพูดสิ่งที่ตัวเองคิดออกมา
เขาเหลือบตามองผม ตาสีน้ำตาลที่อยู่ใต้ผมปรกหน้ารุงรังนั้น
"สงสัย...เพราะมันมืดแล้วมั้ง" เขาตอบ "กลับบ้านได้แล้ว ฉันจะไปส่ง"
ก่อนที่ผมจะปิดไฟ สายตาเหลือบไปมองนาฬิกาที่อยู่ข้างฝาโดยไม่ได้ตั้งใจ
...ช่วงเวลาที่เขาเข้ามาในห้อง...ผ่านไปแค่สิบนาทีเท่านั้นเอง
............................
...หากอยู่ในช่วงเวลาที่มีความทุกข์ หนึ่งนาทีช่างแสนยาวนาน
แต่หากอยู่ในห้วงแห่งความสุข หนึ่งนาทีนั้นก็ช่างแสนสั้น
......
14 กุมภามาถึงแล้วครับ วันวาเลนไทน์
ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้าย ที่วันวาเลนไทน์ปีนี้ตรงกับวันเสาร์ อ่อ บริษัทผมไม่ได้หยุดหรอกครับ
แต่บรรดาเหล่าคู่รักที่อี๋อ๋อกันแต่เช้ามันทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิด
...ทั้งตลอดทางที่เดิน บนรถไฟ มีแต่คู่รัก คู่รัก แล้วก็คู่รัก!!นี่ถ้าไปถึงบริษัท คงต้องเจออีกแหงๆ ตัดสินใจแล้ว วันนี้โดดงานดีกว่า คิดพลางเดินลงบันไดสถานีรถไฟ...
"โครม!!!"ตุ้บ! "โอ๊ย...เจ็บชะมัด" ผมคลำก้นตัวเองที่ล้มกระแทกพื้นอย่างจัง"นายอีกแล้ว...เฮ่อ.....เป็นไงบ้าง?" เสียงเฉื่อยๆไร้อารมณ์คุ้นหูแบบนี้ ทำให้ผมรีบเงยหน้าขึ้นมอง คุณอิโนะ
!! หมอนี่มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง เอ่อ...จะว่าไป นี่มันก็สถานีที่ทำงานนี่หว่าผมเงยหน้าขึ้นมองดวงตาสีน้ำตาลของเขา ภาพเดจาวูของเหตุการณ์วันนั้นฉายเข้ามาในหัว เพียงแต่วันนี้ขาไม่แพลง ไม่มีเลือด และพลาสเตอร์คิตตี้
"ลุกไหวหรือเปล่า? เคียวคุง"
ผมมองหน้าเขาอีกครั้ง นี่ครั้งแรกหรือเปล่าเนี่ยที่ผมได้ยินเขาเรียกชื่อน่ะ ว่าแต่เมื่อกี้เขาเรียกผมว่าอะไรนะ?
"คุณไม่ไปทำงานเหรอ?" ผมหันไปถามเมื่อเขาพาผมไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม
"ว่าจะไป แต่ขี้เกียจ" เขาจุดบุหรี่สูบ "โดด"
"เดี๋ยวคุณก็แพ้คุณสึงิหรอก"
"แพ้? อ๋อ เรื่องช๊อคโกแลตน่ะเหรอ ไม่เห็นจะสน" เขาพูดพลางมองไปข้างหน้า "เจ้านั่นแข่งกับฉันเอง"
"แล้ว....." ผมคิดว่าควรจะถามสิ่งที่สงสัยอยู่ดีหรือเปล่า? "มิเอโนะซังล่ะ?" หมายถึงสาวสวยแผนกบัญชีคนนั้นที่พักนี้ไปกินข้าวด้วยกันบ่อยๆ
เขาไม่ตอบแต่นิ่งไปชั่วนาที ก่อนที่หันมามองผมด้วยรอยยิ้มในดวงตา
"นายหึงเหรอ?"
"หา?" ผมอ้าปากค้าง "นี่ยังเช้าอยู่นะครับ คุณอิโนะ" ...คุณเปลี่ยนไปเร็วจนผมตามไม่ทันแล้วนะ
"จริงด้วย...." เขาหัวเราะเบาๆ นี่ผมฝันไปหรือเปล่าเนี่ย??
เงียบกันไปซักพัก ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นมาเบาๆ
"นายชอบฉันที่เป็นแบบนี้หรือเปล่า?"
"หา??"
"ช่างเหอะ.....ถ้าไม่เป็นไรแล้ว ฉันว่านายไปทำงานดีกว่านะ วันนี้น่ะ" พระเจ้า! ผมคงจะตาฝาดไปอีกแล้ว เพราะผมคิดว่าเห็นเขายิ้ม!
...และคราวนี้มันก็เป็นรอยยิ้มที่แปลกประหลาดยังไงพิกล
เขาทิ้งบุหรี่กับถังขยะที่มีที่เขี่ยแถวนั้น ฉันไปก่อนล่ะ""เดี๋ยว! แล้วคุณล่ะ?""โดด"
แล้วเขาก็เดินจากไปเหมือนกับวันนั้น วันที่ผมมองส่งแผ่นหลังที่ห่างออกไป
.......
บนโต๊ะทำงานของคุณอิโนะมีช๊อคโกแลตกองเป็นผะเนินเทินทึก ...นี่หรือเปล่าที่เป็นสาเหตุที่เขาไม่อยากมาทำงาน
"สามสิบแปด" คุณสึงินับกล่องช๊อคโกแลตของตัวเองอย่างภาคภูมิใจ "ทำลายสถิติ ปีที่แล้วสี่กล่อง เจ้าอิโนะทำไมไม่มา เจ นายนับให้ฉันเลยนะ"
"ไว้บ่ายๆละกัน" คุณเจตอบผ่านๆ
เสียงคุณสึงิบ่นเป็นแบคกราวน์ ในขณะที่ผมเดินเข้ามาในห้อง
"นี่ๆๆ เคียว ฉันได้ด้วยแหละ สิบกล่อง" โทชิยะอวดอย่างภาคภูมิใจ
"เออ" ผมรับคำส่งๆ นี่คิดผิดหรือคิดถูกวะเนี่ยที่มาทำงาน
เจ้าทอจจิยังคงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างน่าหมั่นไส้แบบแปลกๆ
"อะไรของแก?"
"ฉันว่านายไปดูที่โต๊ะดีกว่า"
ผมเดินไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง แล้วก็ต้องเห็นกล่องช๊อคโกแลตลายแมวปัญญาอ่อนตัวที่ใครๆต่างก็รู้จักกันดี มีกระดาษโน้ตสั้นๆอยู่ใต้กล่อง
'HAPPY VALENTINE พ่อคิตตี้ กินให้หมดล่ะ'
....
ในหัวของผมนึกถึงรอยยิ้มเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้โดยไม่ได้ตั้งใจ
...ไม่ต้องบอกก็รู้ใช่ไหมครับ ว่าเจ้าของกล่องช๊อคโกแลตนี้เป็นใคร..
END
WRITTEN BY NoRin
TO BE PART III : Behind Valentine
AVILABLE ON ......ซักวันละกันนะ
.............................
....มีคนบอกว่า "ขั้นสุดยอดของความรัก คือความรักที่ไม่ครอบครอง" คือความไม่ต้องการสิ่งใด ขอเพียงแค่ได้รักเท่านั้น
เรื่องรักน่ะ มันช่างไร้สาระจริงๆ
ทุกข์ก็เพราะรัก สุขก็เพราะรัก
ความรักมันมีอิทธิพลอะไรกับชีวิตนักหนา
มันเป็นแค่ส่วนหนึ่งของชีวิต ไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต
ฉันเกลียดความรัก
เพราะมันไม่ได้ทำให้ฉันดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่เลย
และนับวันก็ยิ่งจมดิ่งลงไปทุกที
ชีวิตคือความว่างเปล่า
สุดท้ายเราก็ต้องกลับสู่ความว่างเปล่า
ไม่มีแม้แต่ตัวเอง ไม่เหลือชีวิตจิตใจ
สุดท้ายแม้แต่ตัวเองก็ไม่มีอะไร...
NoRin
edit @ 14 Feb 2009 06:42:08 by NoRin
edit @ 14 Feb 2009 22:12:42 by NoRin
Who is the fuckin' shit up there?
Nee, Norin San
However, Whenever, Whereever...I love your Ik fiction na.
This is my real feeling. Cos if it not real, I can't write Ik fiction for you.
So, write it ago, I want to read whatever you write.
You make me love Ik na. And you make me write my TI
This fiction is not bored. I can feel something in it's usual.
It maybe basic but I think the basic isn't bad thing.
I always write something not basic but my life is very basic so I like the basic.
After read this fiction, i have some question, Ino's job is your job?
Someone said, the writer will write every from themselve, me too.
So, I wait to read the 3rd part on 16 Feb na krab.
Be yourself, you use to told me that write everything that I wanna write and you wait to read.
I'll wait to read everything that you write too.
Miss you
With Luv
Hakuro
#2 By HAKURO on 2009-02-14 11:21