[HBD Fic For Kyo] The Rose's spell
posted on 16 Feb 2009 09:32 by norin in FictionNote : ตอนแรกตั้งใจว่าจะอับวาเลนไทน์ซีรีย์ตอนสุดท้าย เป็นฟิกวันเกิดเคียว แต่เนื่องจากเขียนไปเขียนมาแล้วมันไม่ Ok ก็เลยเขียนเรื่องใหม่ซะเลย ลองไปอ่านกันดูละกันนะ
[HBD Fic For Kyo] The Rose's spell
"วันที่ 16....."
"ผมมีคอนเสิร์ต ...ครับ...ผมรู้แล้วครับ"
...ไม่เชื่อก็ต้องเชื่องานนี้...ชายหนุ่มร่างเล็กเจ้าของเรือนผมสีทองและรอยสักเต็มสองแขนผู้มีดีกรีเป็นถึงนักร้องนำวงโกอินเตอร์ อย่าง Dir en Grey อยากจะหาอะไรก็ได้มาถ่ายภาพคนตรงหน้าเอาไว้เสียจริง ก็ในเมื่อสิ่งที่ปรากฎต่อหน้าเขาคือใบหน้าที่(ถ้าไม่ยิ้ม)ดูอ่อนกว่าวัยของคนรักอายุมากกว่า
เคียวอยากจะหัวเราะ แต่เขาก็ไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ รู้สึกว่ายิ่งเฉียดใกล้เลขสี่ อิโนรันก็จะพยายามดรอปอายุของตัวเองลงเรื่อยๆ ไอ้อะไรที่ควรจะทำเมื่อสิบห้าปีก่อนกลับไม่ทำ ดันมาทำตอนนี้ แน่นอน หมายถึงใบหน้าที่ออกอาการงอนแบบออกหน้าออกตานี่แหละ...
"...คุณอิโนะ..."
"พอๆๆ ไม่ต้องพูด ฉันรู้แล้ว" อิโนรันยกมือห้าม "วันที่ 29 วันที่ 24 วันที่ 31 นายเล่นคอนเสิร์ต ต้นปีไปอังกฤษ วันที่ 14 ก็ไม่ว่างอีก ทัวร์ในประเทศ ครับ ผมทราบครับคุณเคียวว่างานคุณยุ่ง คุณดัง คุณบีซี่"
อยากจะบ้าตาย มาถึงตอนนี้เคียวชักอยากจะหาเครื่องอัดเสียงมาบันทึกไอ้ประโยคเมื่อกี้ไว้จริงๆ มีใครในโลกนอกจากเขาไหมเนี่ย ที่จะได้ยินอิโนรันพูดรัวเป็นต่อยหอยแบบนี้
เปลี่ยนใจแล้ว ขอเป็นกล้องถ่ายวีดีโอเลยดีกว่า เพราะหลังจากพ่นประโยคยาวๆออกมา อดีตมือกีตาร์หน้าเฉื่อยก็ลุกขึ้นจากโต๊ะกินข้าวและเปลี่ยนไปนั่งกอดตุ๊กตาโตโตโร่ตัวโตที่โซฟาแทน
ร่างเล็กนั่งอึ้งไปพักใหญ่...ยิ่งแก่ สามีผมก็ยิ่งปัญญาอ่อนนะเนี่ย ไม่ช่ายยย....
"...คุณอิโนะ ฟังผมบ้างสิ"
เคียวเดินไปนั่งข้างๆคนที่เอาคางเกยบนหัวตุ๊กตาแล้วทำปากยื่นเป็นเป็ด
"ก็พูดมาสิ" อิโนรันพูดโดยไม่หันหน้ามามอง
"...ผม...ไปทำงาน ผมเองก็ไม่ใช่ว่าอยากจะมุงานขนาดนี้ แต่...เอ่อ...จะโทษเจ้าคาโอรุมันก็ยังไงอยู่นะ แต่หมอนั่นบอกว่าเป็นโอกาสที่ดีที่เราต้องฉกฉวยไว้ ผมเองก็เหนื่อย แต่มันก็..." ร่างเล็กหยุดคำพูดไว้แค่นั้นเมื่อดวงตาสีน้ำตาลจ้องมายังเขา
"ก็อะไรล่ะ?"
"...ก็งานน่ะครับ"
ชายผมน้ำตาลมองใบหน้าของคนรักอยู่ชั่วอึดใจ ตอนที่วัยเท่านี้เขาเองก็ทำงานไม่รู้จักหยุดจักหย่อนเหมือนกัน แต่ถึงงั้นก็เหอะ...แค่เวลาส่วนตัวน่ะ มีบ้างไหม? มีบ้างมั๊ย? ไอ้คาโอรุมันสะกดคำนี้เป็นรึเปล่าวะ? แค่ตัวเองโสดมันไม่ได้หมายความว่าคนอื่นเขาจะต้องทำตัวเหมือนคนโสดเหมือนแกนะโว๊ยยยย
...คิดพลางนึกว่าจะกดโทรศัพท์ด่ามันตอนนี้ดีหรือเปล่าเนี่ย?
"คุณอิโนะ..." เคียวกลั้นใจเรียกเมื่อเห็นว่าคนรักเงียบผิดปกติ หรือจะเริ่มเข้าโหมดเดิมอีกแล้ว
อิโนรันไม่ตอบแต่พยายามทำตัวเองเข้าโหมดดิบ ทั้งๆที่ตอนนี้คนที่ดูดิบมันน่าจะเป็นคนที่นั่งข้างๆมากกว่า ช่าย หมายถึงไอ้หัวทองตัวลายพร้อยข้างๆนี่น่ะแหละ จะว่าไปแล้วช่วงสองสามปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ได้ไปเล่นคอนเสิร์ตต่างประเทศเคียวก็อับเกรด (หรือดาวน์เกรด?) ตัวเองขึ้นผิดหูผิดตา นัยว่าทำตัวให้สมกับเป็นวงร๊อคว่างั้นเถอะ
ถึงงั้นก็เหอะ ไม่เห็นต้องทำตัวให้มันอมนุษย์อย่างนี้นี่หว่า...อิโนรันนึกเสียดายผิวขาวๆนั้นอยู่ในใจ
"ฉัน...น่าจะขังนายเอาไว้ไม่ให้ไปไหนเลยนะ..." เสียงพูดเบาๆดังรอดมาจากส่วนลึกในก้นบึ้งความคิด
"เอ๊ะ..?" เคียวรู้สึกเหมือนได้ยินไม่ถนัด
"เปล่า ไม่มีอะไร" อดีตมือกีตาร์วงทะเลจันทราส่ายหน้า "เอาเหอะ ฉันรู้ว่างานก็คืองาน ขอแค่นายสนุกกับมันฉันก็มีความสุขไปด้วย" มือใหญ่ลูบผมสีทองแผ่วเบา ถึงนิสัยหลายอย่างจะเปลี่ยนไป แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนเลยคือความอ่อนโยนที่มีให้เขาคนเดียวมาตลอด
"ขอบคุณครับ คุณอิโนะ" ร่างเล็กยิ้มตอบก่อนจะหลับตาลงรับสัมผัสนุ่มที่นาบลงบนริมฝีปาก...
.....................................
....นั่นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนั้น แค่ช่วงสิบวันก่อนที่วงของเขาจะเตรียมเดินทางออกไปเล่นคอนเสิร์ตที่อังกฤษ
เครื่องบินทะยานสู่น่านฟ้า เหนือกลุ่มก้อนเมฆ ไม่ว่าจะดำหรือขาว เป็นท้องฟ้าที่สว่างสดใส
...แต่ทำไมจิตใจถึงว่างเปล่ามากมายก็ไม่รู้สิ
..........
ปกติแล้วเคียวไม่เคยสนใจวันเกิดเลยซักนิด ก็แค่วันวันหนึ่งที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ความจริงมันไม่ใช่วันที่น่าจะจดจำด้วยซ้ำ เพราะมันเป็นวันที่เขาจำต้องลืมตาขึ้นมาดูโลกโสมมใบนี้ โลกแห่งการแก่งแย่งชิงดี และความน่าขยะแขยงของสังคมมนุษย์ ...ไม่เห็นจะอยากเกิดมาซักนิด แถมชีวิตก็แสนจะเฮงซวย เขาเกลียดตัวเองจะตาย เกลียดที่เกิดมาด้วยซ้ำ
.... "คิดอย่างนี้ มันเสียมารยาทกับฉันมากรู้มั๊ย"
อิโนรันเคยพูดไว้ในวันเกิดปีแรกของการคบกัน
"สำหรับฉันคนที่เห็นว่านายสำคัญ การที่นายเกลียดตัวเองก็เท่ากับนายทำร้ายฉัน"
...เคียวจำได้ ...นั่นคือครั้งแรกในชีวิตที่เขา 'รู้สึก' รักวันเกิดของตัวเอง
และการที่เขาได้มาเป็น 'Dir en Grey' ความสำคัญและคำอวยพรที่แฟนๆมีให้เปลี่ยนความคิดของเคียวเสียสิ้น ความทรงจำที่เคยเลวร้ายในวัยเด็กได้ถูกแทนที่ด้วยสิ่งดีๆ และเพิ่มมากขึ้นทุกปี
...แต่ก็อาจจะยกเว้นปีนี้ซักปีก็ได้...
.....................................
วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2009 ,NAGANO CLUB JUNK BOX
18.30 น.
ชายหนุ่มร่างเล็กพยายามกดเบอร์โทรศัพท์ออกไปยังเบอร์คุ้นเคย แต่กลับกลายว่าปลายสายปิดเครื่องเสียนี่ ...ท่าทางคราวนี้จะงอนจริงๆ เคียวคิดในใจ
"เคียวซังครับ ประตูเปิดแล้ว เตรียมสแตนบายครับ" สต๊าฟหนุ่มเดินมาบอกเขา
นักร้องนำของ Dir en Grey พยักหน้ารับรู้ก่อนจะเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า ระหว่างทางจากห้องแต่งตัวไปหลังเวทีมีดอกไม้อวยพรวันเกิดจากคนรู้จักในวงการประปราย แต่ไม่มีจากคนที่เขา (แอบ) หวังลึกๆว่าจะส่งมา แน่ล่ะ...เคียวหัวเราะกับตัวเองในใจ ขืนคุณอิโนะส่งดอกไม้ติดชื่อตัวเองหราก็คงได้แตกตื่นประไรงานนี้ ที่สำคัญ...ตั้งแต่คบกันมาเขาไม่เคยได้ดอกไม้เลยซักครั้ง ผู้ชายคนนั้นอ่อนโยนก็จริง แต่ไม่อ่อนหวานเลยซักนิด
"หน้าตามู่ทู่เชียวไอ้เคียว ร่าเริงหน่อยดิวะ" คาโอรุแซวเมื่อเขาเดินมาถึง ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้ารอเพียงเขาเท่านั้น
"มันคงจะร่าเริงหรอกคาโอรุ วันเกิดทั้งทีดันต้องมาทำงาน" ดายผู้หวังดีตอบแทนให้
"เฮ้ย ก็มันมีงานจริงๆนี่หว่า พรุ่งนี้ฉันก็ต้องทำงานเหมือนกัน" คาโอรุผู้เกิดวันรุ่งขึ้นรีบแก้ตัว "เอาน่ะ ยังไงคืนนี้มีฉลองให้อยู่แล้ว"
"อย่าเสียเวลา เตรียมตัวได้แล้ว" เคียวแยกเขี้ยวใส่ ก่อนที่ทุกคนจะยืนล้อมวงกันจับมือ...
20.45 น.
คอนเสิร์ตก็ผ่านไปอย่างสมบูรณ์แบบอย่างเช่นทุกครั้ง อย่างที่เจ้าบ้าคาโอรุชอบย้ำนักย้ำหนา เคียวตรงดิ่งเข้ามาควานหาโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋าออกมาดู ไม่มี missed call ไม่มี mail ผิดปกติกว่าทุกที รู้ทั้งรู้ว่างอนก็จริงแต่ก็น่าจะรู้นะว่าวันนี้วันอะไร....เพราะคุณไม่ใช่เหรอไงที่ทำให้ผมเห็นค่าของวันนี้ขึ้นมาน่ะ
21.10 น.
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเมื่อเขาล้างหน้าเสร็จ สต๊าฟผู้ดูแลคนเดิมโผล่เข้ามา
"เคียวซังครับ มีของมาส่งครับ"
"นายไปรับให้หน่อยสิ" เคียวพูดอย่างไม่สนใจ
"เอ่อ...ไม่ได้ครับ คนที่เอามาส่งบอกว่าต้องให้เคียวซังกับมือครับ"
เคียวหวนนึกไปถึงคราววันเกิดของอิโนรันปีที่แล้ว ที่เขาจัดดอกไม้และให้สต๊าฟไปส่งให้ ...อย่าบอกนะว่าจะเล่นมุขเดียวกัน ไม่ลงทุนเล้ย...แต่ผู้ชายคนนั้นน่ะเหรอจะส่งดอกไม้มา...ไม่มีทางซะล่ะ คงจะเป็นของอย่างอื่นมากกว่า...
ถึงจะคิดอย่างนั้นแต่เคียวก็เก็บซ่อนความดีใจไว้ไม่มิด แต่ว่าเขาจะพยายามตีหน้าให้ตายสนิทก็ตาม
"ด้านหลังครับ เคียวซัง" สต๊าฟหนุ่มนำทาง ...และถ้าเคียวสังเกตซักนิดก็คงจะเห็นรอยยิ้มแปลกๆที่อยู่บนใบหน้า
...สีแดงสดของดอกกุหลาบช่อใหญ่ปรากฎแก่สายตาทันทีที่ร่างเล็กผมทองเดินมาถึง ชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังยืนหอบเจ้าดอกไม้ช่อโตนั่นจนแทบจะมองไม่เห็นตัว นับคร่าวๆก็หลายร้อยดอก
เคียวอ้าปากค้าง....แล้วตูจะหอบไอ้ช่อเบ้อเริ่มนี้ไปยังไง?? นี่เล่นกันอย่างนี้เลยเหรอ? คุณอิโนะ!!!
"เคียวซังครับ" สต๊าฟคนเดิมที่ทำท่าเหมือนดูต้นทางให้เรียกสติเจ้าของชื่อให้กลับมา
"เออ.....อืม......" เคียวเดินตรงเข้าไปรับช่อดอกไม้อย่างทุลักทุเล ตาก็เอาแต่จ้องที่กุหลาบเหล่านั้น โอย...กลิ่นมันแรงจนแทบจะเป็นลม
"เซ็นรับด้วยครับ" ชายหนุ่มคนส่งของพูดด้วยเสียงที่ฟังพิกล
"...ตรงไหนล่ะครับ?" เคียวหันไป
ปุ!
เสียงเจ้าดอกกุหลาบช่อโตหล่นกระทบกับพื้น เมื่อร่างเล็กถูกจับดึงหวือเข้าไปในอ้อมกอดของคนที่ยืนอยู่ไม่ไกล จนริมฝีปากโดนแก้มอีกฝ่ายอย่างจัง!
"เฮ้ย ทำอะไรวะ!....คะ.....คุณอิโนะ!!!"
ร่างเล็กรีบเอามือมาปิดปากตัวเองเมื่อรู้สึกตัวว่าเสียงดังเกินไปแล้ว ก็ไม่ให้ตกใจได้ไงเมื่อคนที่ยืนยิ้มอยู่ตรงหน้ามันคือคนที่กำลังคิดถึงอยู่นี่หว่า
"คุณมาได้ยังไง?"
"ก็ขับรถมา เอาของขวัญมาให้ แหม ดอกกุหลาบช่วงหลังวาเลน์ไทน์ยังแพงอยู่อีกเนอะ" อดีตมือกีตาร์ Luna Sea คลายอ้อมแขนลงเพื่อปล่อยให้อีกฝ่ายยืนได้ถนัด "ฉันหาร้านดีๆได้แล้ว เราไปกินข้าวกัน แน่นอน ฉันจองโรงแรมแล้วด้วย" พูดจบปุ๊ปก็ตรงเข้าไปหยิบช่อดอกไม้ที่ตกอยู่กับพื้นยัดใส่อ้อมแขนร่างเล็ก "ไป"
"เดี๋ยวๆ ผมยังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้า กระเป๋าก็ไม่อยู่ แล้วเดี๋ยวเจ้าคาโอรุ..." เคียวรั้งตัวโก่ง
"กระเป๋านายอยู่นี่แล้ว ขอบใจนะโฮชิโนะ" อิโนรันหันไปรับกระเป๋าจากสต๊าฟหนุ่มที่มายืนถือรอ "ฝากบอกคาโอรุด้วยว่า พรุ่งนี้ฉันจะพาเคียวไปส่งทันเล่นคอนเสิร์ตแน่ๆ แต่จะเต็มร้อยหรือเปล่าต้องรอดูกันอีกที เพราะอาจจะอดนอน"
"ได้ครับ" โฮชิโนะ สต๊าฟประจำตัวเคียวยิ้มแย้มรับคำ
"ขอบใจมาก ไปได้เคียว" ว่าแล้วก็ลากให้ตามไปทันที
"เฮ้ย เดี๋ยว เล่นงี้เลยเรอะ เฮ้ยยย" ....ไอ้โฮชิโนะ...ไอ้คนทรยศ.....
..................
"ทำหน้าบึ้งทำไม ไม่ชอบใจของขวัญหรือไง?" อิโนรันถามเมื่อเข้ามานั่งในรถเป็นที่เรียบร้อย
"อ๋อ แน่ล่ะ ผมเป็นผู้ชายนะ คิดเหรอว่าจะดีใจกับดอกไม้พรรค์นี้ ที่สำคัญนี่มันดอกกุหลาบนะ ดอกกุหลาบ!!"
"แล้วไง??"
"ก็ไม่แล้วไง....มันน่าขายหน้าน่ะสิ" ประโยคหลังบ่นอุบอิบ
ชายหนุ่มผมน้ำตาลยิ้มไม่พูดอะไร เลื่อนมือไปสตาร์ทรถก่อนที่จะออกสู่ท้องถนน
แอร์เย็นๆ กับกลิ่นหอมๆของดอกไม้ ทำให้เปลือกตาของคนที่นั่งข้างๆคนขับหรี่ปรือ ยิ่งเหนื่อยจากการเล่นคอนเสิร์ตด้วยแล้ว...
"นี่ เคียว" อิโนรันพูดลอยๆ "รู้ไหมว่าช่อนั้นมีดอกกุหลาบทั้งหมดกี่ดอก?"
"หืม?...ไม่รู้สิ..." เสียงตอบกลับมางัวเงีย
"เก้าร้อยเก้าสิบเก้าดอก" อิโนรันตอบ "แล้วรู้ไหมว่ามันหมายความว่าไง?"
"อืมมม ม่ายอะ..." ตอนนี้เปลือกตาปิดสนิทแล้ว
"หมายความว่า....ฉันจะรักนายจนวินาทีสุดท้าย....."
และเมื่ออิโนรันหันไปอีกทีก็พบว่าร่างเล็กข้างๆเขาหลับปุ๋ยไปแล้ว ชายหนุ่มยิ้มกับตัวเองก่อนที่จะจอดรถเข้าข้างทาง ควานหาผ้าห่มที่อยู่เบาะหลังมาห่มให้ และโน้มริมฝีปากชิดริมใบหู น้ำกระซิบเสียงแผ่วเบา
"...และนายก็ด้วย เคียว นี่เป็นคำสาป...นายจะต้องรักฉันจนวินาทีสุดท้ายเช่นกัน"
ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มอีกครั้งก่อนที่จะจูบลงบนหน้าผากเนียน
"HAPPY BIRTHDAY ตัวป่วนของฉัน"
END
WRITTEN BY NoRin
HAPPY BIRTHDAY KYO_kun ขอให้มีความสุขกับชีวิตซักทีเถอะ
![]()
หารูปเคียวปัจจุบันที่ดูดี ยากโคตรรรรรร นี่ดีที่สุดแล้ว
เค้กที่เหมาะกับเคียวคุงมากๆ
![]()
อธิฐานสิจ้ะ
KYO : โอมมมม ชายรักชายหลง ผ้าปูเตียงไม่แห้ง(เย้ยยย!!)
![]()
...เอ่อ....ขอให้สมหวังนะ (ไปเคลียร์กับสามีเองละกัน)
NoRin
ปล. ฟิกวาเลนไทน์ที่ค้างอยู่จะอับให้วันหลังนะ รอหน่อย รอหน่อย
ขอบคุณทุกท่านที่อ่าน และที่จะอวยพรให้เคียวคุงด้วย อิๆ
edit @ 16 Feb 2009 16:54:45 by NoRin
Happiness is all around you
And all around you, Norin San
I really love your Ik fiction ne
And I'll love till my last second
#1 By HAKURO on 2009-02-16 11:26