[Food] 'แซนด์วิช' มาจากไหน?

posted on 28 Jun 2009 14:05 by norin  in JW


และวันนี้ก็กลับมาว่าเรื่องของกินอีกแล้ว

ของกินที่จะนำเสนอในวันนี้คือ "แซนด์วิช" ค่ะ

แซนด์วิชคือขนมปังที่มีการนำมาประกบไส้ชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไส้ที่ทำการผัก จากเนื้อและอื่นๆตามแต่จะสร้างสรรค์ รวมทั้งขนมปังที่นำมาใช้นั้นก็มีหลากหลายชนิดอีกด้วย นอกจากนี้แซนด์วิชนั้นไม่เพียงจำกัดว่าจะต้องนำขนมปังสองแผ่นมาประกบกัน แต่ยังมีแซนด์วิชประเภทที่เรียกว่า "แซนด์วิชเปิดหน้าอีก" เรียกได้ว่าไม่มีที่สิ้นสุด

 

(แซนด์วิชเปิดหน้า)

แซนด์วิชซึ่งเป็นอาหารเช้าที่คนมักนิยมเนื่องจากทานง่ายและให้คุณค่าทางโภชนาครบถ้วน เป็นอาหารว่างที่นิม หรือเป็นอาหารงานเลี้ยงอันสะดวกและน่าดู รู้หรือเปล่าว่าต้นกำเนิดของมันนั้นเกิดมาจากความขมขื่นที่ไม่สวยงามนัก

..........................................................

ต้นกำเนิดของแซนด์วิชชิ้นแรกในโลก

กล่าวกันว่า คนกลุ่มแรกๆ ในโลกที่บันทึกเรื่องราวและความหมายของแซนด์วิชคือ ชาวยิวโบราณ นั่นเอง

ราว 100 ปีก่อน ค.ศ. นั้น มีนักบวชชาวยิวชื่อว่า ฮิลเลล ซึ่งเป็นนักบวชยิวคนสำคัญที่ทำให้เกิดการกินอาหารง่ายๆ ชนิดหนึ่งขึ้นมา นัยว่าอาหารที่เขาคิดค้นขึ้นมานั้นไม่เพียงเป็นอาหารที่กินแล้วอิ่มท้อง แต่ยังเป็นอาหารที่ทำให้รำลึกถึงคืนวันอันแสนขมขื่นตามสภาพของชาวยิวในยุคที่ยังถูกพวกอาหรับทั้งหลายครอบงำ

เป็นที่รู้กันดีว่ายิวกับชาติอาหรับทั้งหลายนั้นเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมานับพันๆปีแล้ว ในช่วงที่ฮิลเลลมีชีวิตอยู่นั้นคือช่วงราวๆ100 ปีก่อนคริสตกาล และช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงเวลาแห่งความทรมานโดยแท้ เพราะบรรดาชาวยิ่วทั้งปวงได้ตกเป็นทาสแรงงานของชาวอาหรับในย่านปาเลสไตน์แถบนั้น

ฮิลเลก็คับแค้นใจไม่น้อยหน้าชาวยิวอื่นๆ แต่เขาไม่ต้องการเก็บความรู้สึกแบบนั้นเอาไว้แต่เพียงในใจ ดังนั้นหนทางแห่งการแสดงออกถึงความเจ็บใจ น้อยเนื้อต่ำใจ และคับแค้นสุดๆก็คือการแสดงออกด้วย สัญญลักษณ์ บางอย่างออกมา

สิ่งที่เขาคิดค้นขึ้นมาก็คือรูปแบบของอาหารการกินบางอย่างที่มีความหมายแฝงไปถึงเรื่องราวที่ติดค้างอยู่ในใจ

อาหารที่เขาคิดขึ้นมาก็คือขนมปังแผ่นพิเศษขนาดใหญ่ที่นำมาประกบโดยมี "ไส้" ที่เป็นส่วนผสมน่ากินซึ่งทำมาจากลูกนัทสับละเอียด แอปเปิ้ลฝานเป็นชิ้นๆ และเครื่องเทศหลายอย่าง

ขนมปังขนาดใหญ่นั้นมีชื่อเรียกกันว่า มัทโซล เวลาจะกินก็ต้องนำไส้ดงกล่าวมาป้ายๆมาๆหรือวางโปะๆลงไปบนแผ่นขนมปังสูตรพิเศษข้างต้น จากนั้นก็กัดกร้วมๆ เข้าปากพร้อมกับดื่มไวน์และสมุนไพรรสชาติเฝื่อนๆ ติดจะขมๆ ตามไปด้วย

รูปแบบของขนมปังที่ประกบกันและมีไส้อยู่ตรงกลางนั้นถือว่าเป็นต้นแบบของแซนด์วิชยุคโบราณที่ไม่ได้มีเอาไว้กินให้หนักท้องเท่านั้น แต่ยังเป็นสิ่งที่ฮิลเลลเฉลยว่าเป็นการรำลึกถึงสองสิ่งด้วยกันในช่วงที่ถูกทรมานอยู่ดินแดนอาหรับ

อย่างที่หนึ่งคือ รำลึกถึงช่วงเวลาแห่งความขมขื่นที่ถูกกดขี่และใช้แรงงานเยี่ยงทาส อย่างที่สองคือ เป็นการรำลึกถึงครกบดอาหารที่พวกเขาใช้ตำๆสมุนไพรและอาหารต่างๆ ในช่วงเวลาแห่งการถูกกดดันอย่างหนัก

ต่อมาความคิดในเรื่องดังกล่าวของฮิลเลลกลายเป็นสิ่งที่ผลักดันเกิดเป็นประเพณี Passover Custom ซึ่งหมายถึงเทศกาลเฉลิมฉลองของยิวที่สามารถหนีเล็ดลอดออกจากดินแดนอาหรับได้อย่างปลอดภัย โดยที่การฉลองเทศกาลนี้จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 เดือน 7 ตามปีปฏิทินของยิว และการดำเนินไป 7-8 วัน

เป็นที่รู้กันในหมู่ชาวยิวในปัจจุบันว่า ถ้าเทศกาลนี้มาถึง ชาวยิวทั้งหลายก็จะกินขนมปังมัทโซลกันถ้วนหน้าโดยนำมัทโซลมาป้ายไส้ต่างๆ แบบที่ฮิลเลลเคยปฏิบัติมาก่อนจากนั้นก็กินอย่างเอร็ดอร่อย

แซนด์วิชดังกล่าวนั้นถูกเรียกว่า "ฮิลเลล แซนด์วิช" เพื่อเป็นเกียรติแก่ฮิลเลลผู้อาวุโส ซึ่งเป็นต้นแบบคิดค้นขนมปังแซนด์วิชดังกล่าวขึ้นมาในโลก


ที่มา : หนังสือย้อนตำนานเมนูดังระดับโลก

ภาพประกอบ : อากู๋ Google

............................................................

ประวัติของแซนด์วิชยังไม่จบแค่นี้ เอาไว้ถ้ามีโอกาสจะมาต่อกันคราวหน้านะ วันนี้โนะรินไปหาแซนด์วิชหม่ำก่อนดีกว่า

NoRin

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

หมู่นี้ได้กินแซนด์วิชอยู่บ่อย ๆ
ทำกินเองบ่อย ๆ น่ะครับ
ก็แค่แฮม ผัก ไข่ดาว...ก็ครบนี่เนอะ อืม...
แต่ชีวิตไม่ได้เก็บกดอะไรนะ ฮะ ๆ ๆ

#1 By HAKURO on 2009-06-28 20:04

จะลงรูปทำไมเนี่ยอยากกินว้อย

ปล.
[IMG]http://img.photobucket.com/albums/v259/fxxker/utube.jpg[/IMG]

ก๊อบโค้ดที่วงตัวแดงไว้ให้ในรูปน่ะ แล้วก็เอาแปะในบล็อคได้เลย ก็ติดแล้ว

#2 By borkor-baka on 2009-06-28 22:38

แล้วกินของใครอร่อยที่สุดจ๊ะ

อิอิ

ถ้าไม่ตอบของงูจะงอนด้วย

#3 By JUMBU on 2009-06-28 23:39

ชอบกินแซนวิสแฮมชีสที่สุดเลย

#4 By weewee on 2009-06-29 00:24

double wink

#5 By (202.29.43.129) on 2009-08-18 14:25

wink wink อยากได้แปลเปงภาษาอังกถษจัง

#6 By ลูกครึ่งอสูร (202.143.130.146) on 2009-11-10 15:07