Innocent chaostic world I

Innocent chaostic world II : melody of heaven

.................

 

*WARNING*

ENTRY ที่ท่านจะได้รับชมต่อไปนี้ มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับ ชายรักชาย

หากท่านไม่ประสงค์นิยมชมชอบ รับไม่ได้ ไม่เข้าใจ

กรุณา ออกจากบลอคนี้ไป ด่วน ค่ะ

 

โลกแห่งรักไร้เสียง
Innocent chaostic world

- silent blessing  -


...ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว

อากาศเกือบเย็นช่วงใกล้ค่ำให้ความรู้สึกประหลาดล้ำในความรู้สึก ช่วงรอยต่อของวันที่แสงอาทิตย์สุดท้ายกำลังค่อยๆลาลับโลกไปราวกับมีมนต์ขลังสะกดทุกสรรพสิ่งให้นิ่งงันด้วยถ้อยคำกระซิบแห่งมายา

ร่างเล็กเฝ้ามองควันบุหรี่สีขาวอมเทาที่กำลังลอยคว้างอยู่ในอากาศตรงหน้าอย่างเบื่อหน่าย ดวงตากลมโตสีดำเหลือบมองนาฬิกาที่ข้อมือเป็นระยะ

...วันนี้ทำไมกลับช้าเกินไปแล้ว?
...ทั้งๆที่เขาอุตส่าห์มารอแท้ๆเชียวนะ

ไม่บ่อยครั้งนักหรอกที่เคียวจะกลับบ้านเร็ว งานพิเศษที่เริ่มทำเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาทำเอาตารางเวลาของเขาเปลี่ยนไป จากที่ปกติเคยเจอกับใครบางคนในขบวนรถไฟเที่ยวเย็นเกือบทุกวัน กลายเป็นว่าบัดนี้จะเห็นหน้ากันก็นับครั้งได้ในหนึ่งอาทิตย์ ทั้งๆที่อยู่ห้องติดกันแท้ๆ

เสียงกีตาร์เหงาๆ ไม่ได้ผ่านผนังนั้นมานานเท่าไหร่แล้ว ดูเหมือนว่าฝ่ายนั้นก็จะเปลี่ยนตารางการทำงานเหมือนกัน ทำให้ช่วงเวลาที่เคยคิดว่าสมบูรณ์แบบนั้นค่อยๆจางลงตามสายลมแห่งกาลเวลา

ใบหน้ากลมซบลงกับราวระเบียงอลูมิเนียมเย็นเฉียบ

ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงอยากเจออีกฝ่ายนักหนา

...ความรู้สึกนี้เรียกว่าอะไร?

เสียงฝีเท้าไม่เบานัก ฟังจังหวะโดยที่ไม่ต้องเงยหน้าขึ้นก็รู้ว่าคนที่เป็นต้นกำเนิดเสียงนั้นกำลังเร่งรีบขนาดไหน น่าแปลกที่มนุษย์ต่างก็มีเท้าแค่สองข้างเหมือนกันแทบจะทั้งโลก แต่ในบรรดาประชากรรับหมื่นล้านต่างสรรค์สร้างเสียงแห่งการเดินได้ไม่ซ้ำแบบกันเลยซักคน

เสียงแบบนี้ เคียวจำได้...

ไม่ว่าจะเป็นเสียงอะไร เขาก็จำได้...

ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมา เพื่อสบกับดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของคนที่เพิ่งขึ้นบันไดมาจากชั้นล่าง ใบหน้าหวานมีไรหนวดนิดๆของอีกฝ่ายที่ไม่ได้เห็นมานานดูแปลกตาไปเล็กน้อยท่ามกลางแสงนีออนของไฟระเบียง พวกเขาน่าจะพูดกันซักครั้ง แต่คำทักทายก็ไม่เคยหลุดออกจากปากกันและกันเฉกเช่นเดียวกับทุกเวลา

สีหน้าของอิโนรันยังคงนิ่งเฉยอย่างทุกครั้งที่เขาเป็น สิ่งเดียวที่แสดงอารมณ์คือแววในดวงตาวูบไหว ถึงแม้จะไม่พูด ถึงแม้จะไม่ออกเสียง แต่เคียวก็รู้ว่าเขาเหนื่อย ไม่รู้เหมือนกันว่าตั้งแต่เมื่อไหร่แล้วที่พวกเขาสามารถเข้าใจความคิดของกันและกันได้โดยไม่ต้องอาศัยถ้อยคำ

ฝ่ามือใหญ่ชื้นเหงื่อเอื้อมมาสัมผัสกับข้อแขน อาศัยแรงเพียงนิดร่างเล็กๆก็ปะทะเข้ากับแผ่นอกของคนตัวสูงกว่า

ดวงตาสีดำสนิทเบิกค้างอย่างตกใจ เพราะถึงแม้พวกเขาจะเคยเดินจับมือกันมาบ้างแต่ก็แทบจะไม่ได้สัมผัสกันและกันไปมากกว่านี้ เคียวเคยหวาดกลัวกับการแตะเนื้อต้องตัวคนอื่น สิ่งที่เรียกว่า 'ความทรงจำในอดีต' ยังคงตามตอกย้ำปมอันไม่น่านึกถึงมันเสมอสำหรับจิตสำนึกของมนุษย์

แต่น่าแปลกที่คราวนี้เขากลับสงบนิ่งอย่างประหลาด

ในอ้อมกอดอันแสนอบอุ่น ราวถูกโอบคลุมด้วยสายลมอุ่นอันแสนอ่อนโยน...

ลำแขนสองข้างเลื่อนขึ้นโอบตอบ เปลือกตาปิดลงราวตั้งใจสดับฟังเสียงเต้นระรัวของหัวใจใต้ผนังอกนั้น ทำให้เขาไม่ได้เห็นในสิ่งที่ควรจะเห็น

เรียวปากสีอ่อนของคนตัวสูงกว่าคลี่ยิ้มจางๆ...วันนี้ทั้งวันได้รับคำอวยพรมากมาย แต่ก็ไม่มีสิ่งใดจะเทียบได้จากอ้อมกอดอุ่นๆนี้


...ขอบคุณสวรรค์ที่นำทางให้นายมาเจอฉัน


...ในเส้นทางแห่งความเงียบงันของเราสอง

 

- silent blessing  - / end


.......................................


ทำไมฉันถึงเขียนเรื่องนี้ล่ะ? ก็เพราะว่าฉันชอบ Theme ของเรื่องนี้มากๆน่ะสิ

มันอาจจะสั้น แต่กับเรื่องยาวไร้บทสนทนาแบบนี้ ถ้ายาวเกินไปก็จะทำให้น่าเบื่อ

 

วันนี้วันที่ 29 กันยายน 2009 / 29.09.09 เลขงามอีกวันแล้ว


ฉันอยากเขียนให้เยอะกว่านี้นะ สัญญาค่ะว่าจะเขียนให้มากกว่านี้ (ว่าแต่จะมีคนอ่านหรือเปล่านะ?)

 

12 ปี แล้วสินะคะ 12 ปีที่ได้รู้จกคุณ 12 ปีที่ได้อวยพรวันเกิดให้คุณ


มันยาวนานเสียจนไม่นึกเลยว่าจะรักใครได้มากขนาดนี้


คุณเป็นใครกันนะ? เป็นแค่คนคนหนึ่งที่ผ่านมาในชีวิต คุณไม่รู้ถึงการมีตัวตนของฉันเลย


แต่ฉันกลับรับเอาตัวตนของคุณมาใส่ในชีวิตของฉันเสียแล้ว

 

"ชีวิตของฉันไม่ใช่ของคุณ แต่ทุกลมหายใจของฉันเป็นของคุณ"

 

รักคุณมากจนมันก้าวข้ามคำว่ารักไปแล้ว ไม่คิดไม่ฝันเหมือนกันว่าชีวิตนี้จะชอบใครได้นานขนาดนี้

 

ดีใจที่คุณเกิดมา ขอบคุณสวรรค์ที่ส่งคุณมา

 

ความสุขของคุณก็คือความสุขของฉัน

ขอให้คุณมีชีวิตที่สวยงามอย่างที่คุณต้องการ


และฉันพร้อมที่จะยินดีในทุกการตัดสินใจของคุณ


ขอให้มีความสุขมากๆค่ะ

 

I loved you, I love you and always will...

HAPPY BIRTHDAY INORAN san

NoRin

แถม...

ล้อเล่นนะคะ ที่ร๊ากกกกกกกก~ ^^

ว่าแต่...

เอาคนนี้คืนม๊า~~~~~

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โอ๊ย...ชอบทั้งฟิค ชอบทั้งสี่สิบยังแจ๋ว

อ่านฟิคแล้วยิ้มแบบที่อิโนะในฟิคยิ้มนั่นแหละ
แต่เลื่อนลงมาเห็นรูปแล้วหัวเราะพรวดออกมาเลยทีเดียว...บุญเท่าไรแล้วที่ไม่กินน้ำอยู่ ไม่งั้นคอมเจ๊งแน่นอน

ผมก็สุขสันต์วันเกิดอิโนะจังไปแล้วนะครับ
วู้ว...มีความสุขจริง ๆ เลยน้า...
หมอนั่นน่ะ...

#1 By HAKURO on 2009-09-29 20:32

ตามมา...(จากไหน?)
ก่อนอื่น....

"สุขสันต์วันเกิดนะคะ อิโนรันคุงbig smile "

เค้าน่าจะดีใจมากๆเลยแหละถ้ารู้ว่ามีคนที่รักเค้ามากขนาดนี้อยู่ big smile

ชอบฟิคเรื่องนี้จังค่ะ ถึงจะไม่มีคำพูด แต่บทบรรยายนั่นก็ทำให้รับรู้ถึงบรรยากาศและความรู้สึกของทั้งสองคนได้ดีมากๆเลยอ่ะค่ะ อ่านแล้วรู้สึกดีจริงๆค่ะbig smile

#2 By WAKETSU (115.67.26.65) on 2009-09-29 20:40

เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก อิโนะรันอายุ 40 แล้วเหรอเนี่ย ..... ไม่น่าเชื่อเลยอ่ะ

ขอให้อิโนะรันใช้ชีวิตในวัย 40 ให้มีความสุขที่สุดเลยนะ

จะว่าไปกลุ่ม J Rock ที่เคยกรี๊ดๆ สมัยก่อน ก็เริ่มเข้าสู่เลข 4 กันเกือบหมดแล้ว เหลือยังใช้เลข 3 กันอยู่ไม่กี่คนเอง ..... อ๊าเวลาช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน
มาเม้นท์ช้าไปหน่อยนะ แต่ขอบอกว่าชอบธีมเรื่องนี้เช่นกัน

คนบนโลกใบนี้ คนที่เรารู้จักพูดคุยกันแทบทุกวัน แต่ไม่เคยเข้าใจกันเลย คนแบบนั้นจะมีความหมายอะไร

คนเราต้องการคนรู้ใจ และเป็นคนที่รู้ใจเขา ถ้อยคำไม่กี่คำ ก็สามารถสร้างความเข้าใจกันและกันได้เป็นอย่างดี

แล้วคนแบบนี้จะหาได้ที่ไหน เมื่อไร ไขว้คว้ามาจากที่ไหนได้...

สำหรับอายุ 40 ของอิโนะรัน ถือว่าเขาสู่วัยผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบหลากหลายยิ่งขึ้น วัยนี้มีพลัง มีความคิดจะทำอะไรก็ได้แล้วตามใจอยาก ชีวิตเขาจะต้องมีความสุขตลอดไปแน่นอนค่ะ

#4 By weewee on 2009-10-14 17:55