Fiction

[TAG]Fiction 50 Q.

posted on 03 May 2009 14:31 by norin  in Fiction

ไม่ว่างอะ แต่อยากทำ

Tag Fiction 

1. เป็น Writer หรือว่า Reader

- ทั้งสองอย่าง


2. อ่านฟิคแฟนด้อมไหนบ้าง

- อ่านมันหมดทุกประเภท ตอนนี้ถ้าเป็นการ์ตูนก็ Reborn แน่นอนเลย กับ D-Grey man
Fic J-Rock  J-POP อ่านบ้าง แล้วแต่อารมณ์
ดาราเอเชีย
Harrry Potter
อ่านหมดทุกอย่างที่ตัวเองสนใจ


3. เขียนฟิคแฟนด้อมไหนบ้าง

- Reborn , J-Rock , ดาราไทย, ดาราเอเชีย F4 และทุกอย่างที่จิ้นถึง (เมื่อวานมีคนไซโคให้เขียนคาเมน ไรเดอร์ เห็นตูเป็นตัวอะไรฟะ?)


4. ชอบคู่ไหนมากที่สุด

- J-Rock : คู่ crossover ในตำนาน Inoran x Kyo

อื่นๆรองลงมาก็

Luna Sea : JI [JxIno] , IJ [InoxJ] , SI [SugixIno] , IS [InoxSugi]
Dir en Grey : Dk [DiexKyo] , Tk [TotchixKyo ] , Kk [KaoruxKyo] , AllKyo

Reborn : 8059 [YamamotoxGokudera] , 1859 [HibarixGokudera] , D59 [DinoxGokudera] , All59

D-Grey man : TykixRavi


5. เหตุผลที่ชอบ

- ก็ชอบอะ ไม่มีเหตุผล ชอบเคะโหด ซึน ปากร้าย ขี้โวยวาย ชอบเมะเนียน ดาร์ก หื่นได้โล่ห์


6. ทำไมถึงมาเขียนฟิค

- เป็นสิ่งที่ทำได้ดีที่สุดในชีวิต เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้มีชีวิตอยู่


7. เขียนฟิคมาแล้วกี่เรื่อง

- ไม่รู้ นับไม่ถ้วน จำไม่ได้ เยอะจัด (น่าจะมากกว่าร้อย ใครก็ได้มานับที)


8. เขียนฟิคมานานแค่ไหน

- เกินสิบปี


9. เรื่องแรกที่เขียนคือ...

- เคยตอบไปแล้วอยู่ในบลอคนี้ ขี้เกียจร่ายยาว ไปหาเอาเองละกัน


10. ชอบฟิคเรื่องไหนของตัวเองมากที่สุด

- ชอบทุกเรื่อง แต่ถ้าจะให้ตอบจริงๆ ก็ตอบ Ignite Kiss ละกัน


11. เพราะอะไร

- เพราะเป็นเรื่องของคู่รักในตำนานของเรา Inoran x Kyo


12. ถ้าจะแนะนำฟิคตัวเองให้คนอื่นอ่าน จะเลือกเรื่องไหน

- ไม่แนะนำ Ignite Kiss หรอก แต่จะขอแนะนำ Fic Dir en Grey : It's a horror showtime


13. เพราะอะไร

- เป็นเรื่องที่ชอบมากๆ และแสดงความเป็นตัวเราอย่างถึงที่สุด (มีทั้งเลือดและผี ผิดศีลธรรมอีกตะหาก)
 

14. มีนักเขียนฟิคในดวงใจไหม

- เพียบเลย


15. ที่ชอบมากที่สุดคือใครล่ะ

- Ayde เพื่อนรัก


16. ทำไมถึงชอบ

- มันเป็นคนที่เรายอมแพ้โดยดุษฎี


17. ถ้าให้เรียงลำดับฟิคชั่นที่ชอบมากที่สุด มาสัก 5 เรื่องล่ะ พร้อมเหตุผลด้วย

- เยอะมากๆตอบไปถูกหรอก ขออนุญาตข้าม แต่ถ้านึกออกวันหลังจะมีอีดิทใหม่


18. ตอนนี้อยากเขียนฟิคแนวไหนมากที่สุด

- มืดหม่น เลือดสาด ไซโค


19. เพราะอะไร

- กำลังอยู่ในอารมณ์นี้
 

20. ชอบอ่านฟิคแนวไหนที่สุดล่ะ

- ทุกแนว ถ้าเป็นแฟนฟิคก็แล้วแต่อารมณ์คู่
แต่ถ้าชอบจริงจังก็แบบเรียบเรื่อย ไซโคนิดๆ โรคจิตหน่อยๆ


21. ฟิคแบบไหนที่จะไม่อ่านเลย

- หื่นไร้เหตุผล ภาษาเหมือนพวกประสบการณ์เสียว


22. เคยคิดจะเลิกเขียนฟิคไหม

- มีบ้าง ความจริงก็บ่อยอยู่


23. เพราะอะไร

- น้อยใจความห่วยของตัวเอง ไร้ความสามารถ


24. แล้วชอบเขียนฟิคแนวไหน

- ความจริงชอบแนวดาร์กๆ แบบมืดหม่น ดราม่าหนักบรรยาย หรือไม่ก็เรื่อยเฉื่อยนิ่งแบบผิวน้ำ


25. ถ้าให้หาคำจำกัดความ ฟิคของตัวเองจะใช้คำไหน

- อึมครึม


26. เพราะอะไรล่ะ

- ก็เพราะมันอึมครึมไง


27. คิดยังไงกับฟิคตัวเองตอนนี้

- น่าจะทำได้ดีกว่านี้


28. มีเพื่อนเป็นไรเตอร์บ้างไหม

- มีสิ


29. สักกี่คน?

- เพียบ


30. ชอบเพื่อนไรเตอร์คนไหนมากที่สุด

- ชอบทุกคนแหละ


31. มีแฟนฟิคกะเค้ามั่งป่ะ

- มีป่าววะ? คงจะล่ะมั้ง


32. ชอบแฟนฟิคคนไหนมากที่สุด

- พี่พิม ไอ่บิ๊บ (มันเป็นแฟนฟิคกรูอ๊ะเปล่า?)


33. ทำไมถึงเลือกคนนี้

- พี่พิมเม้นได้โดน ตรงประเต็น กล้าติอย่างเปิดเผยและมีเหตุผล
ไอ่บิ๊บ เขียนอะไรมันก็ดักทางได้หมด เหอะๆ ท้าทายจิง


34. พูดถึงฟิคแล้ว คิดถึงอะไร

- ชีวิต ลมหายใจ อาหาร ยาเสพติด


35. ถ้าเกิดสักวันนึง มีคนมาลอกฟิคเรา จะรู้สึกยังไง

- เคยโดนแล้ว เป็นเรื่องที่งี่เง่าบัดซบมาก


36. ถ้าตอนนี้ให้เลือกเพลงสักเพลงมาเขียน Song Fic จะเลือกเพลงอะไร

- loop เพลง character ของโกคุเดระ จาก รีบอร์น


37. เพราะ ?

- อะไรๆก็ "รุ่นที่สิบ~~~" อิจฉาวุ๊ย อยากเขียนถึงความรักอย่างบริสุทธิ์ใจไร้ข้อแม้แบบนั้น


39. ถ้าพูดถึงฟิค "ในแบบของตัวเอง" ล่ะ นึกถึงเพลงอะไร

- Theme song ของมุคุโร จาก รีบอร์นเช่นกัน

(ใส่เพลงไม่เป็น ลองฟังได้ใน Youtube ละกัน)

Mukuro Theme song


40. เพราะอะไร

- มันเรียบๆเยือกๆอึมครึม หลอน คาดเดาไม่ได้ เหมือนฟิคเราดี


41. ถ้าตอนนี้จะเขียนฟิคสักเรื่อง จะตั้งชื่อเรื่องว่าอะไร

- Empty


42. ทำไมล่ะ

- ทุกอย่างเกิดจากความว่างเปล่า และจบที่ความว่างเปล่า


43. แล้วถ้าให้เขียนฟิคเพื่อใครสักคน ตอนนี้จะเขียนให้ใคร

- โกคุเดระ ฮายาโตะ (อ๊ะ....อิโนะไปไหนแล้ว?)

http://i21.photobucket.com/albums/b262/norin_chan/NoRin/KHR_59.jpg


44. ทำไม

- ก็คนมันกำลังรักกำลังหลง
 

45. ความสำคัญของฟิค ที่มีต่อชีวิตตอนนี้

- เป็นชีวิตเลยแหละ


46. ตอนนี้ดองฟิคเรื่องไรไว้มั่ง?

- ข้ามคำถามนี้ไปซะ หยาบคายที่สุด


47. เรื่องล่าสุดที่เขียนไปล่ะ

- Egoistic Silver รีบอร์นคู่ 8059 (อีกแล้ว)


48. อยากฝากอะไรใครป่ะ

- เอิ่ม....ขอบคุณที่ทนอ่านกันมาตลอด


49. อยากบอกตัวเองในตอนนี้ ว่ายังไง

- พยายามให้มากกว่านี้ อย่าเพิ่งคิดว่าเก่ง อย่าพอใจในระดับปัจจุบัน


50. ข้อสุดท้ายมีไว้ทำไร

- ไว้ให้มันครบ 50 ข้อยังไงล่ะ เว้ยเฮ้ย!

 

NoRin

edit @ 3 May 2009 15:16:15 by NoRin

[HBD Fic For Kyo] The Rose's spell

posted on 16 Feb 2009 09:32 by norin  in Fiction

Note : ตอนแรกตั้งใจว่าจะอับวาเลนไทน์ซีรีย์ตอนสุดท้าย เป็นฟิกวันเกิดเคียว แต่เนื่องจากเขียนไปเขียนมาแล้วมันไม่ Ok ก็เลยเขียนเรื่องใหม่ซะเลย ลองไปอ่านกันดูละกันนะ

[HBD Fic For Kyo] The Rose's spell

"วันที่ 16....."

"ผมมีคอนเสิร์ต ...ครับ...ผมรู้แล้วครับ"

...ไม่เชื่อก็ต้องเชื่องานนี้...ชายหนุ่มร่างเล็กเจ้าของเรือนผมสีทองและรอยสักเต็มสองแขนผู้มีดีกรีเป็นถึงนักร้องนำวงโกอินเตอร์ อย่าง Dir en Grey อยากจะหาอะไรก็ได้มาถ่ายภาพคนตรงหน้าเอาไว้เสียจริง ก็ในเมื่อสิ่งที่ปรากฎต่อหน้าเขาคือใบหน้าที่(ถ้าไม่ยิ้ม)ดูอ่อนกว่าวัยของคนรักอายุมากกว่า

เคียวอยากจะหัวเราะ แต่เขาก็ไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ รู้สึกว่ายิ่งเฉียดใกล้เลขสี่ อิโนรันก็จะพยายามดรอปอายุของตัวเองลงเรื่อยๆ ไอ้อะไรที่ควรจะทำเมื่อสิบห้าปีก่อนกลับไม่ทำ ดันมาทำตอนนี้ แน่นอน หมายถึงใบหน้าที่ออกอาการงอนแบบออกหน้าออกตานี่แหละ...

"...คุณอิโนะ..."

"พอๆๆ ไม่ต้องพูด ฉันรู้แล้ว" อิโนรันยกมือห้าม "วันที่ 29 วันที่ 24 วันที่ 31 นายเล่นคอนเสิร์ต ต้นปีไปอังกฤษ วันที่ 14 ก็ไม่ว่างอีก ทัวร์ในประเทศ ครับ ผมทราบครับคุณเคียวว่างานคุณยุ่ง คุณดัง คุณบีซี่"

อยากจะบ้าตาย มาถึงตอนนี้เคียวชักอยากจะหาเครื่องอัดเสียงมาบันทึกไอ้ประโยคเมื่อกี้ไว้จริงๆ มีใครในโลกนอกจากเขาไหมเนี่ย ที่จะได้ยินอิโนรันพูดรัวเป็นต่อยหอยแบบนี้

เปลี่ยนใจแล้ว ขอเป็นกล้องถ่ายวีดีโอเลยดีกว่า เพราะหลังจากพ่นประโยคยาวๆออกมา อดีตมือกีตาร์หน้าเฉื่อยก็ลุกขึ้นจากโต๊ะกินข้าวและเปลี่ยนไปนั่งกอดตุ๊กตาโตโตโร่ตัวโตที่โซฟาแทน

ร่างเล็กนั่งอึ้งไปพักใหญ่...ยิ่งแก่ สามีผมก็ยิ่งปัญญาอ่อนนะเนี่ย ไม่ช่ายยย....

"...คุณอิโนะ ฟังผมบ้างสิ"

เคียวเดินไปนั่งข้างๆคนที่เอาคางเกยบนหัวตุ๊กตาแล้วทำปากยื่นเป็นเป็ด

"ก็พูดมาสิ" อิโนรันพูดโดยไม่หันหน้ามามอง

"...ผม...ไปทำงาน ผมเองก็ไม่ใช่ว่าอยากจะมุงานขนาดนี้ แต่...เอ่อ...จะโทษเจ้าคาโอรุมันก็ยังไงอยู่นะ แต่หมอนั่นบอกว่าเป็นโอกาสที่ดีที่เราต้องฉกฉวยไว้ ผมเองก็เหนื่อย แต่มันก็..." ร่างเล็กหยุดคำพูดไว้แค่นั้นเมื่อดวงตาสีน้ำตาลจ้องมายังเขา

"ก็อะไรล่ะ?"

"...ก็งานน่ะครับ"

ชายผมน้ำตาลมองใบหน้าของคนรักอยู่ชั่วอึดใจ ตอนที่วัยเท่านี้เขาเองก็ทำงานไม่รู้จักหยุดจักหย่อนเหมือนกัน แต่ถึงงั้นก็เหอะ...แค่เวลาส่วนตัวน่ะ มีบ้างไหม? มีบ้างมั๊ย? ไอ้คาโอรุมันสะกดคำนี้เป็นรึเปล่าวะ? แค่ตัวเองโสดมันไม่ได้หมายความว่าคนอื่นเขาจะต้องทำตัวเหมือนคนโสดเหมือนแกนะโว๊ยยยย

...คิดพลางนึกว่าจะกดโทรศัพท์ด่ามันตอนนี้ดีหรือเปล่าเนี่ย?

"คุณอิโนะ..." เคียวกลั้นใจเรียกเมื่อเห็นว่าคนรักเงียบผิดปกติ หรือจะเริ่มเข้าโหมดเดิมอีกแล้ว

อิโนรันไม่ตอบแต่พยายามทำตัวเองเข้าโหมดดิบ ทั้งๆที่ตอนนี้คนที่ดูดิบมันน่าจะเป็นคนที่นั่งข้างๆมากกว่า ช่าย หมายถึงไอ้หัวทองตัวลายพร้อยข้างๆนี่น่ะแหละ จะว่าไปแล้วช่วงสองสามปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ได้ไปเล่นคอนเสิร์ตต่างประเทศเคียวก็อับเกรด (หรือดาวน์เกรด?) ตัวเองขึ้นผิดหูผิดตา นัยว่าทำตัวให้สมกับเป็นวงร๊อคว่างั้นเถอะ

ถึงงั้นก็เหอะ ไม่เห็นต้องทำตัวให้มันอมนุษย์อย่างนี้นี่หว่า...อิโนรันนึกเสียดายผิวขาวๆนั้นอยู่ในใจ

"ฉัน...น่าจะขังนายเอาไว้ไม่ให้ไปไหนเลยนะ..." เสียงพูดเบาๆดังรอดมาจากส่วนลึกในก้นบึ้งความคิด

"เอ๊ะ..?" เคียวรู้สึกเหมือนได้ยินไม่ถนัด

"เปล่า ไม่มีอะไร" อดีตมือกีตาร์วงทะเลจันทราส่ายหน้า "เอาเหอะ ฉันรู้ว่างานก็คืองาน ขอแค่นายสนุกกับมันฉันก็มีความสุขไปด้วย" มือใหญ่ลูบผมสีทองแผ่วเบา ถึงนิสัยหลายอย่างจะเปลี่ยนไป แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนเลยคือความอ่อนโยนที่มีให้เขาคนเดียวมาตลอด

"ขอบคุณครับ คุณอิโนะ" ร่างเล็กยิ้มตอบก่อนจะหลับตาลงรับสัมผัสนุ่มที่นาบลงบนริมฝีปาก...

.....................................

....นั่นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนั้น แค่ช่วงสิบวันก่อนที่วงของเขาจะเตรียมเดินทางออกไปเล่นคอนเสิร์ตที่อังกฤษ

เครื่องบินทะยานสู่น่านฟ้า เหนือกลุ่มก้อนเมฆ ไม่ว่าจะดำหรือขาว เป็นท้องฟ้าที่สว่างสดใส

...แต่ทำไมจิตใจถึงว่างเปล่ามากมายก็ไม่รู้สิ

..........

ปกติแล้วเคียวไม่เคยสนใจวันเกิดเลยซักนิด ก็แค่วันวันหนึ่งที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ความจริงมันไม่ใช่วันที่น่าจะจดจำด้วยซ้ำ เพราะมันเป็นวันที่เขาจำต้องลืมตาขึ้นมาดูโลกโสมมใบนี้ โลกแห่งการแก่งแย่งชิงดี และความน่าขยะแขยงของสังคมมนุษย์ ...ไม่เห็นจะอยากเกิดมาซักนิด แถมชีวิตก็แสนจะเฮงซวย เขาเกลียดตัวเองจะตาย เกลียดที่เกิดมาด้วยซ้ำ

.... "คิดอย่างนี้ มันเสียมารยาทกับฉันมากรู้มั๊ย"

อิโนรันเคยพูดไว้ในวันเกิดปีแรกของการคบกัน

"สำหรับฉันคนที่เห็นว่านายสำคัญ การที่นายเกลียดตัวเองก็เท่ากับนายทำร้ายฉัน"

...เคียวจำได้ ...นั่นคือครั้งแรกในชีวิตที่เขา 'รู้สึก' รักวันเกิดของตัวเอง

และการที่เขาได้มาเป็น 'Dir en Grey' ความสำคัญและคำอวยพรที่แฟนๆมีให้เปลี่ยนความคิดของเคียวเสียสิ้น ความทรงจำที่เคยเลวร้ายในวัยเด็กได้ถูกแทนที่ด้วยสิ่งดีๆ และเพิ่มมากขึ้นทุกปี

...แต่ก็อาจจะยกเว้นปีนี้ซักปีก็ได้...

.....................................

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2009 ,NAGANO CLUB JUNK BOX

18.30 น.

ชายหนุ่มร่างเล็กพยายามกดเบอร์โทรศัพท์ออกไปยังเบอร์คุ้นเคย แต่กลับกลายว่าปลายสายปิดเครื่องเสียนี่ ...ท่าทางคราวนี้จะงอนจริงๆ เคียวคิดในใจ

"เคียวซังครับ ประตูเปิดแล้ว เตรียมสแตนบายครับ" สต๊าฟหนุ่มเดินมาบอกเขา

นักร้องนำของ Dir en Grey พยักหน้ารับรู้ก่อนจะเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า ระหว่างทางจากห้องแต่งตัวไปหลังเวทีมีดอกไม้อวยพรวันเกิดจากคนรู้จักในวงการประปราย แต่ไม่มีจากคนที่เขา (แอบ) หวังลึกๆว่าจะส่งมา แน่ล่ะ...เคียวหัวเราะกับตัวเองในใจ ขืนคุณอิโนะส่งดอกไม้ติดชื่อตัวเองหราก็คงได้แตกตื่นประไรงานนี้ ที่สำคัญ...ตั้งแต่คบกันมาเขาไม่เคยได้ดอกไม้เลยซักครั้ง ผู้ชายคนนั้นอ่อนโยนก็จริง แต่ไม่อ่อนหวานเลยซักนิด

"หน้าตามู่ทู่เชียวไอ้เคียว ร่าเริงหน่อยดิวะ" คาโอรุแซวเมื่อเขาเดินมาถึง ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้ารอเพียงเขาเท่านั้น

"มันคงจะร่าเริงหรอกคาโอรุ วันเกิดทั้งทีดันต้องมาทำงาน" ดายผู้หวังดีตอบแทนให้

"เฮ้ย ก็มันมีงานจริงๆนี่หว่า พรุ่งนี้ฉันก็ต้องทำงานเหมือนกัน" คาโอรุผู้เกิดวันรุ่งขึ้นรีบแก้ตัว "เอาน่ะ ยังไงคืนนี้มีฉลองให้อยู่แล้ว"

"อย่าเสียเวลา เตรียมตัวได้แล้ว" เคียวแยกเขี้ยวใส่ ก่อนที่ทุกคนจะยืนล้อมวงกันจับมือ...

20.45 น.

คอนเสิร์ตก็ผ่านไปอย่างสมบูรณ์แบบอย่างเช่นทุกครั้ง อย่างที่เจ้าบ้าคาโอรุชอบย้ำนักย้ำหนา เคียวตรงดิ่งเข้ามาควานหาโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋าออกมาดู ไม่มี missed call ไม่มี mail ผิดปกติกว่าทุกที รู้ทั้งรู้ว่างอนก็จริงแต่ก็น่าจะรู้นะว่าวันนี้วันอะไร....เพราะคุณไม่ใช่เหรอไงที่ทำให้ผมเห็นค่าของวันนี้ขึ้นมาน่ะ

21.10 น.

เสียงเคาะประตูดังขึ้นเมื่อเขาล้างหน้าเสร็จ สต๊าฟผู้ดูแลคนเดิมโผล่เข้ามา

"เคียวซังครับ มีของมาส่งครับ"

"นายไปรับให้หน่อยสิ" เคียวพูดอย่างไม่สนใจ

"เอ่อ...ไม่ได้ครับ คนที่เอามาส่งบอกว่าต้องให้เคียวซังกับมือครับ"

เคียวหวนนึกไปถึงคราววันเกิดของอิโนรันปีที่แล้ว ที่เขาจัดดอกไม้และให้สต๊าฟไปส่งให้ ...อย่าบอกนะว่าจะเล่นมุขเดียวกัน ไม่ลงทุนเล้ย...แต่ผู้ชายคนนั้นน่ะเหรอจะส่งดอกไม้มา...ไม่มีทางซะล่ะ คงจะเป็นของอย่างอื่นมากกว่า...

ถึงจะคิดอย่างนั้นแต่เคียวก็เก็บซ่อนความดีใจไว้ไม่มิด แต่ว่าเขาจะพยายามตีหน้าให้ตายสนิทก็ตาม

"ด้านหลังครับ เคียวซัง" สต๊าฟหนุ่มนำทาง ...และถ้าเคียวสังเกตซักนิดก็คงจะเห็นรอยยิ้มแปลกๆที่อยู่บนใบหน้า

...สีแดงสดของดอกกุหลาบช่อใหญ่ปรากฎแก่สายตาทันทีที่ร่างเล็กผมทองเดินมาถึง ชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังยืนหอบเจ้าดอกไม้ช่อโตนั่นจนแทบจะมองไม่เห็นตัว นับคร่าวๆก็หลายร้อยดอก

เคียวอ้าปากค้าง....แล้วตูจะหอบไอ้ช่อเบ้อเริ่มนี้ไปยังไง?? นี่เล่นกันอย่างนี้เลยเหรอ? คุณอิโนะ!!!

"เคียวซังครับ" สต๊าฟคนเดิมที่ทำท่าเหมือนดูต้นทางให้เรียกสติเจ้าของชื่อให้กลับมา

"เออ.....อืม......" เคียวเดินตรงเข้าไปรับช่อดอกไม้อย่างทุลักทุเล ตาก็เอาแต่จ้องที่กุหลาบเหล่านั้น โอย...กลิ่นมันแรงจนแทบจะเป็นลม

"เซ็นรับด้วยครับ" ชายหนุ่มคนส่งของพูดด้วยเสียงที่ฟังพิกล

"...ตรงไหนล่ะครับ?" เคียวหันไป

ปุ!

เสียงเจ้าดอกกุหลาบช่อโตหล่นกระทบกับพื้น เมื่อร่างเล็กถูกจับดึงหวือเข้าไปในอ้อมกอดของคนที่ยืนอยู่ไม่ไกล จนริมฝีปากโดนแก้มอีกฝ่ายอย่างจัง!

"เฮ้ย ทำอะไรวะ!....คะ.....คุณอิโนะ!!!"

ร่างเล็กรีบเอามือมาปิดปากตัวเองเมื่อรู้สึกตัวว่าเสียงดังเกินไปแล้ว ก็ไม่ให้ตกใจได้ไงเมื่อคนที่ยืนยิ้มอยู่ตรงหน้ามันคือคนที่กำลังคิดถึงอยู่นี่หว่า

"คุณมาได้ยังไง?"

"ก็ขับรถมา เอาของขวัญมาให้ แหม ดอกกุหลาบช่วงหลังวาเลน์ไทน์ยังแพงอยู่อีกเนอะ" อดีตมือกีตาร์ Luna Sea คลายอ้อมแขนลงเพื่อปล่อยให้อีกฝ่ายยืนได้ถนัด "ฉันหาร้านดีๆได้แล้ว เราไปกินข้าวกัน แน่นอน ฉันจองโรงแรมแล้วด้วย" พูดจบปุ๊ปก็ตรงเข้าไปหยิบช่อดอกไม้ที่ตกอยู่กับพื้นยัดใส่อ้อมแขนร่างเล็ก "ไป"

"เดี๋ยวๆ ผมยังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้า กระเป๋าก็ไม่อยู่ แล้วเดี๋ยวเจ้าคาโอรุ..." เคียวรั้งตัวโก่ง

"กระเป๋านายอยู่นี่แล้ว ขอบใจนะโฮชิโนะ" อิโนรันหันไปรับกระเป๋าจากสต๊าฟหนุ่มที่มายืนถือรอ "ฝากบอกคาโอรุด้วยว่า พรุ่งนี้ฉันจะพาเคียวไปส่งทันเล่นคอนเสิร์ตแน่ๆ แต่จะเต็มร้อยหรือเปล่าต้องรอดูกันอีกที เพราะอาจจะอดนอน"

"ได้ครับ" โฮชิโนะ สต๊าฟประจำตัวเคียวยิ้มแย้มรับคำ

"ขอบใจมาก ไปได้เคียว" ว่าแล้วก็ลากให้ตามไปทันที

"เฮ้ย เดี๋ยว เล่นงี้เลยเรอะ เฮ้ยยย" ....ไอ้โฮชิโนะ...ไอ้คนทรยศ.....

..................

"ทำหน้าบึ้งทำไม ไม่ชอบใจของขวัญหรือไง?" อิโนรันถามเมื่อเข้ามานั่งในรถเป็นที่เรียบร้อย

"อ๋อ แน่ล่ะ ผมเป็นผู้ชายนะ คิดเหรอว่าจะดีใจกับดอกไม้พรรค์นี้ ที่สำคัญนี่มันดอกกุหลาบนะ ดอกกุหลาบ!!"

"แล้วไง??"

"ก็ไม่แล้วไง....มันน่าขายหน้าน่ะสิ" ประโยคหลังบ่นอุบอิบ

ชายหนุ่มผมน้ำตาลยิ้มไม่พูดอะไร เลื่อนมือไปสตาร์ทรถก่อนที่จะออกสู่ท้องถนน

แอร์เย็นๆ กับกลิ่นหอมๆของดอกไม้ ทำให้เปลือกตาของคนที่นั่งข้างๆคนขับหรี่ปรือ ยิ่งเหนื่อยจากการเล่นคอนเสิร์ตด้วยแล้ว...

"นี่ เคียว" อิโนรันพูดลอยๆ "รู้ไหมว่าช่อนั้นมีดอกกุหลาบทั้งหมดกี่ดอก?"

"หืม?...ไม่รู้สิ..." เสียงตอบกลับมางัวเงีย

"เก้าร้อยเก้าสิบเก้าดอก" อิโนรันตอบ "แล้วรู้ไหมว่ามันหมายความว่าไง?"

"อืมมม ม่ายอะ..." ตอนนี้เปลือกตาปิดสนิทแล้ว

"หมายความว่า....ฉันจะรักนายจนวินาทีสุดท้าย....."

และเมื่ออิโนรันหันไปอีกทีก็พบว่าร่างเล็กข้างๆเขาหลับปุ๋ยไปแล้ว ชายหนุ่มยิ้มกับตัวเองก่อนที่จะจอดรถเข้าข้างทาง ควานหาผ้าห่มที่อยู่เบาะหลังมาห่มให้ และโน้มริมฝีปากชิดริมใบหู น้ำกระซิบเสียงแผ่วเบา

"...และนายก็ด้วย เคียว นี่เป็นคำสาป...นายจะต้องรักฉันจนวินาทีสุดท้ายเช่นกัน"

ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มอีกครั้งก่อนที่จะจูบลงบนหน้าผากเนียน

"HAPPY BIRTHDAY ตัวป่วนของฉัน"

END

WRITTEN BY NoRin

HAPPY BIRTHDAY KYO_kun ขอให้มีความสุขกับชีวิตซักทีเถอะ

หารูปเคียวปัจจุบันที่ดูดี ยากโคตรรรรรร นี่ดีที่สุดแล้ว

เค้กที่เหมาะกับเคียวคุงมากๆ

อธิฐานสิจ้ะ

KYO : โอมมมม ชายรักชายหลง ผ้าปูเตียงไม่แห้ง(เย้ยยย!!)

...เอ่อ....ขอให้สมหวังนะ (ไปเคลียร์กับสามีเองละกัน)

 

NoRin

ปล. ฟิกวาเลนไทน์ที่ค้างอยู่จะอับให้วันหลังนะ รอหน่อย รอหน่อย

ขอบคุณทุกท่านที่อ่าน และที่จะอวยพรให้เคียวคุงด้วย อิๆ

edit @ 16 Feb 2009 16:54:45 by NoRin

[Ik Fic] Valentine Series II : From minute to minute

posted on 14 Feb 2009 06:30 by norin  in Fiction
ความจริงรู้สึกเสีย SELF อย่างแรงจนไม่อยากจะอับ FIC วันนี้เสียแล้ว แต่ไหนๆก็เขียนมาแล้วก็ควรจะอับต่อใช่ไหม?

จู่ๆก็รู้สึกเบื่อขึ้นมาเสียแล้ว เบื่อไอ้สองคนนี่อะ ไม่รู้จะรักอะไรกันนักกันหนา ไม่ได้เบื่อที่จะเขียนหรอกแต่กลัวคนอ่านจะเบื่อซะมากกว่า ซึ่งความจริงคนที่เขียนฟิกคู่นี้ก็มีคนเดียวในประเทศไทย ไม่สิ น่าจะเป็นคนเดียวในโลกได้มั้งนี่ แล้วมันก็พยายามยัดเยียดให้คนอื่นได้รับรู้ถึงความวิปริตของมันโดยการทู่ซี้เขียนมาอยู่ได้ และตอนนี้โนะรินก็รู้สึกว่าจะยัดเยียดให้มากเกินไปแล้วหรือเปล่า?

เบื่อกันหรือเปล่า? เบื่อไหม? โนะรินคงบรรลุขั้นสุดยอดแล้วจริงๆด้วยสินะ จะทำยังไงให้ความมั่นใจมันกลับมาดี??

(ขอคอมเม้นเพื่อเพิ่มกำลังใจหน่อยสิ)

NOTE : ถึงจะบอกว่าเป็นฟิกวาเลนไทน์แต่ก็คงไม่หวานหรอก เพราะโนะรินเบื่อเสียแล้วไอ้ความหวาน อย่างที่บอกว่าเรื่องนี้มันออกจะเรียบเรื่อยน่าเบื่อเอื่อยเฉื่อย มันเลยทำให้โนะรินเซ็งและเสีย SELF อย่างแรง แต่ก็ขอบอกไว้ก่อนว่าโนะรินชอบนะเรื่องนี้น่ะ แต่รู้สึกเหมือนไม่เข้าการตลาดไงไม่รู้

 

ลองอ่านดูกันอีกซักตอนแล้วกัน...

 

From minute to munute : Between Valentine

ขณะความรักเยี่ยมกราย

......................

ทำไมวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ถึงต้องเป็นวันวาเลนไทน์?

แล้วทำไมวันวาเลนไทน์ถึงต้องเป็นวันแห่งความรัก?

...นั่นไม่ใช่ปัญหาครับ ปัญหามันอยู่ที่วันวาเลนไทน์เป็นวันแห่งคู่รัก มองไปทางไหนก็มีแต่ความสุขสดชื่น สมหวัง รักกัน โลกสีชมพู

ยกเว้นผม... ไอ้เคียว ผู้ไม่เคยมีความรัก

...

"นิมุระคุง อันนี้เธอน่าจะใช้สีที่ทำให้ฉากหลังโดดขึ้นมาอีกนิดนะ" เสียงต่ำๆของคุณเจ กำลังอธิบายงานที่ผมได้รับมอบหมายเป็นชิ้นแรกในฐานะพนักงานฝึกงาน ความจริงมันไม่ใช่หน้าที่ของเขาเลยซักนิดที่จะต้องมาก้าวก่ายงานของผม เพราะคนที่ได้รับมอบหมายให้เป็นคนดูแลผมน่ะ คือผู้ชายที่ทำตัวเหมือนคนเป็นใบ้ตลอดเวลา ที่นั่งอยู่ข้างๆนี่ต่างหาก

เสียงคุณเจยังคงวิจารณ์งานของผมตามความเห็นอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายก็หันไปหา.... "ใช่ไหมอิโนะ?"

"ฮื่อ..." เจ้าหมอนั่นรับคำในลำคอ สาบานได้ครับ ว่าหนึ่งวัน ผมนับคำพูดของเขาได้ไม่เกินสิบคำ เฉลี่ยแล้วหนึ่งอาทิตย์เขาจะพูดไม่ถึงหนึ่งร้อยคำ เดือนนึงก็ไม่เกินพันประโยค

...ไอ้หมอนี่มันเอาปากออกมาจากท้องแม่หรือเปล่าวะเนี่ย?

ไม่รู้ว่าฮิเดะซังหัวหน้าแผนกคิดยังไงถึงให้เขาเป็นพี่เลี้ยงของผม เพราะไปๆมาๆคนที่ดูแลสอนเรื่องต่างๆก็ไม่วายเป็นคุณเจเพื่อนสนิทของเขา นอกจากต้องดูแลเจ้าทอจจิแล้ว ยังต้องมาเป็นล่ามเผื่อแผ่ให้ผมอีก

คุณเจผู้แสนดี ดูครั้งแรกกับผมทองจ๋า รูปร่างสูงล่ำ ดูเผินๆนึกว่ายากูซ่า แต่ที่ไหนได้ ทุกอย่างกลับตรงกันข้าม ไม่รู้ว่าคุณเจผู้สว่างไสวเป็นเพื่อนสนิทกับคนที่มืดทะมึนตลอดเวลานั่นได้ยังไง?

...แล้วผู้ชายคนที่ผมเจอที่สถานีรถไฟวันนั้น เป็นคนเดียวกับเจ้าหมอนี่หรือเปล่า?

..................

"สวัสดีค่ะ"

ขณะที่ทุกคนกำลังทำงานกันอยู่ในห้อง ไม่สิ ขาดคุณสึงิที่ออกไปพบลูกค้า ก็มีสาวสวยคนหนึ่งเยี่ยมหน้าเข้ามา

"ฉันมาพบคุณอิโนะอุเอะค่ะ"

เจ้าหมอนั่นลุกขึ้นอย่างเนือยๆ ซึ่งผมรู้แล้วว่าเป็นท่าทางปกติ ก่อนจะเดินออกไปข้างนอกพร้อมสาวสวยคนนั้น

"...เอาอีกแล้วสิ อิโนะ" หลังจากลับร่างของสองคนนั่น คุณริวอิจิก็พูดขึ้นมา

"ดีนะเจ้าสึงิไม่อยู่ ไม่งั้นมีสงคราม สงคราม ฮ่าๆ" คุณเจหัวเราะทั้งๆที่ยังก้มหน้าทำงาน

ผมกับเจ้าทอจจิมองหน้ากัน ก่อนที่ผมจะส่งสัญญาณให้เจ้าทอจจิเข้าไปสืบราชการลับกับคุณเจ

"ที่ว่าสงครามน่ะ อะไรหรือครับคุณเจ"

"อ๋อ ก็เจ้าอิโนะมันเป็นเสือผู้หญิง เห็นเงียบๆอย่างนี้ ไม่เคยขาดสาวๆเลย นี่เพิ่งบ่นว่าวาเลนไทน์ปีนี้โสด สงสัยจะไม่ซะแล้ว" คำอธิบายของคุณเจทำเอาถึงกับอึ้ง

"ก็เป็นผู้ชายที่
'ผู้หญิงอยากออกเดทด้วยมากที่สุด' ในบริษัทนี่นา" คุณริวอิจิเสริมพลางหัวเราะ "ไม่รู้ปีนี้อิโนะกับสึงิใครจะได้ช๊อคโกแลตมากกว่ากัน เห็นแข่งกันทุกปี"

"เสมอกันมาสามปีแล้วนี่หว่า"

"ไม่แน่ ปีนี้อาจมีคนชนะก็ได้"

ผมสองคนฟังบทสนทนานั้นอย่างอึ้งๆ กับคุณสึงิ รุ่นพี่ที่แต่งตัวสีฉูดฉาดคนนั้น ใบหน้าคมหล่อเหลาดูมีเสน่ห์ก็ไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่ แต่คุณอิโนะที่เงียบๆมึนๆ เนี่ยนะ? ไม่อยากจะเชื่อ ผู้ชายคนนั้นมีเสน่ห์ตรงไหนกันนะ??

"ไง อิโนะ วันนี้ไม่ไปกินข้าวกลางวันกับฉันแล้วสิ" คุณเจทักเมื่อคนที่เป็นหัวข้อสนทนาเดินเข้ามาในห้อง

"ฮื่อ" คุณอิโนะตอบเรียบๆเช่นเคย ก่อนจะนั่งทำงานต่อ...

...ตกลงคนที่ผมเจอที่สถานีรถไฟวันนั้นเป็นคนละคนกันใช่ไหมครับ?

..................

ผมยอมรับครับ ว่าหลังจากวันนั้น ผมก็คิดถึงแต่เขาคนนั้น...ไม่สิ จะพูดว่า
'ความคิดถึง' มันก็ฟังแล้วแปลกๆ เอาเป็นว่าผมนึกถึงเขาตลอดเวลาแล้วกัน

...ความจริงเขาจะทิ้งผมไว้อย่างนั้นก็ได้ แต่เขากลับอยู่ข้างๆผมทั้งๆที่ไม่มีคำพูดใดๆระหว่างเรา ...แปลก

แปลก...ที่เขานั่งเป็นเพื่อนผม ทั้งๆที่ดูเหมือนเป็นคนไม่สนใจใคร

แปลก...ที่ผมไม่รู้สึกอึดอัดแม้แต่น้อย ทั้งๆที่ผมเป็นคนเกลียดความเงียบยิ่งกว่าสิ่งใด

...เพราะมันอยู่ใกล้กับความเหงา

ผมยอมรับครับ ว่าผมอยากเจอเขาอีกครั้ง และเมื่อผมได้เจอเขาเข้าจริงๆในวันที่มาทำงานวันแรก ผมกลับนึกคำพูดไม่ออก เราแนะนำตัวเหมือนคนไม่เคยเจอกันมาก่อน เราไม่พูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนั้นเลย เราทำเหมือนเพิ่งเคยเจอหน้ากันครั้งแรก

ผมยอมรับครับ ว่าแอบผิดหวังอยู่ลึกๆ

..................

"ไอ้เคียวดูเด่ะ ช๊อคโกแลตโคตรน่ากินเลยว่ะ"

ทอจจิชี้ให้ผมดูในตู้กระจกร้านค้าที่ตอนนี้ประดับประดาด้วยริบบิ้นและลูกโป่งสีแดงและชมพูรูปหัวใจ ตอนนี้ร้านค้าแทบจะทุกร้านเปลี่ยนโฉมรับเทศกาลวาเลนไทน์ที่ใกล้เข้ามาในอีกไม่กี่วัน คอลเลคชั่นแห่งความรักมากมายดาหน้ากันออกมาให้บรรดาคู่รักจับจ่ายซื้อหามอบให้กันเป็นของขวัญ รวมทั้งช๊อคโกแลตแบบใหม่ๆ ทั้งรสชาติทั้งแพคเกจที่ออกเฉพาะช่วงนี้เท่านั้น

"เออ น่ากิน แต่ฉันเกลียดช๊อคโกแลตว่ะ" ผมตอบเซ็งๆ

"โหย พาลว่ะเคียว แค่ไม่มีแฟนแค่นี้ ไม่ต้องขวางโลกก็ได้" ไอ้ทอจจิพูดแทงใจจึ้กๆ

"ไม่ได้ขวางเว๊ย รีบไปซื้อของเลยแก เดี๋ยวคุณเจบ่นเอา"

เจ้าทอจจิทำหน้ายุ่งก่อนจะเดินเข้าร้านเครื่องเขียนเพื่อซื้อของไปทำงาน และเมื่อเรากลับเข้าบริษัทอีกครั้งในตอนบ่าย คุณฮิเดะก็เรียกเราสองคนไปพบทันที

"มีโปรเจคเข้ามาสองงาน และฉันก็ให้เจกับอิโนะเขาไปแล้ว" คุณฮิเดะพูด "ฉันอยากให้เธอสองคนมีส่วนร่วมในโปรเจคนี้ โดยเป็นคนพรีเซ้นกับลูกค้า โทชิยะช่วยเจ เคียวช่วยอิโนะ แน่นอนว่าพวกเธอต้องรู้รายละเอียดงานเป็นอย่างดี ช่วยทุกอย่างเท่าที่ทำได้"

ฟ้าผ่าครับ...พรีเซ้นงานกับลูกค้า คู่กับใครไม่คู่ดันคู่กับคนเป็นใบ้ ที่คิดฝันว่าหมอนั่นจะช่วย ...ก็จงเป็นฝันต่อไปเถอะ

ผมเดินคอตกออกจากห้องหัวหน้าแผนก โดยมีโทชิยะตบไหล่ให้เป็นกำลังใจ

......

....เขาว่าชั่วระยะที่เข็มนาฬิกาเปลี่ยนจากนาทีหนึ่งเป็นอีกนาทีหนึ่ง มีอะไรเกิดขึ้นได้มากมาย...

...มันจะเป็นไปได้อย่างนั้นเชียวเหรอ?

...

ข้างนอกท้องฟ้ามืดลงทุกขณะ ไม่มีใครในห้องเหลืออยู่ซักคน ผมกำลังนั่งอ่านแฟ้มงานที่ต้องรับผิดชอบอย่างเงียบๆ ไอ้หมอนั่นไม่รู้หายหัวไปไหนตั้งแต่ช่วงบ่ายแล้ว

เกลียด...เกลียดความเงียบแบบนี้ ทุกจังหวะของนาทีต่อนาที มันช่างผ่านไปอย่างเชื่องช้า...

ใกล้จะเดินเข้ามาแตะไหล่ผมแล้วครับ...ความเหงา

...

เสียงฝีเท้าไม่ดังนัก แต่ในความเงียบแบบนี้กลับได้ยินอย่างชัดเจน ผมเงยหน้าขึ้นมองแล้วก็ต้องประหลาดใจหนักกว่าเก่าเมื่อพบว่าคนที่หยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะเป็นคนที่ไม่คิดว่าจะปรากฎตัวได้ในเวลานี้

"คุณยังไม่กลับ?" ผมเผลอถามด้วยความประหลาดใจ

ใบหน้าหวานนั้นยังคงดูไร้อารมณ์เหมือนที่เป็นเสมอ

"นายก็ยังไม่กลับ" เขาย้อนด้วยคำพูดที่เป็นเนื้อความเดียวกัน จะพูดทั้งทียังไม่คิดเองเลยให้ตายเถอะ

"...ไหนว่าไปเดทไง" ผมบ่นพึมพัม ใช่...เขาออกจากบริษัทตั้งแต่ช่วงบ่าย ออกไปพบลูกค้าแล้วก็ไปเดทต่อกับสาวสวยแผนกบัญชีที่มาหาวันนั้นแหละ

"เปล่า" หมอนั่นลากเก้าอี้มานั่งตรงหน้าผม แล้วพูดประโยคที่ทำให้ผมต้องเงยหน้าขึ้นมองอย่างไม่เชื่อหู "นายหึงเหรอ?"

"หา???" ผมอ้าปากค้าง "พูดอะไรน่ะ? คุณเมาหรือเปล่าเนี่ย? คุณอิโนะ"

"เปล่า" เขายิ้มครับ สาบานได้ว่าผมเห็นเขายิ้ม แม้จะเป็นเหมือนหยักมุมปากนิดๆก็เถอะ แล้วก็แค่แป๊ปเดียวเท่านั้นหน้าเขาก็กลับมาตายนึ่งเหมือนเดิม

"นายรู้หรือเปล่าว่าโปรเจคที่ต้องทำคืออะไร?" จู่ๆเขาก็ถามขึ้น

"โฆษณาช๊อคโกแลตวาเลนไทน์" ผมตอบเซ็งๆ

"ดังนั้น" จู่ๆเขาก็ยกถุงใบใหญ่ที่ถือติดมือมาตอนแรกวางลงบนโต๊ะต่อหน้าผม "นายต้องกินนี่ให้หมด" ....ทั้งหมดนั่นเป็นกองช๊อคโกแลตครับ

"หา???" ผมตาค้าง "จะบ้าเรอะ ขืนกินหมดนี่ก็ท้องเสียพอดี ที่สำคัญ ผมไม่ชอบช๊อคโกแลต
!!"

"แต่นายชอบคิตตี้งั้นสิ"

"หา??"

"ตรงนี้" เขาเอานิ้วจิ้มหางคิ้วตัวเองตรงที่ยังเหลือรอยนิดๆ ทำให้ผมนึกถึงเรื่องวันนั้นขึ้นมาได้

"ไม่ใช่
! นั่นของน้องสาวผม" ผมรีบปฏิเสธ หน้าก็คงแดงไม่รู้ตัว นึกแล้วก็น่าขายหน้า น้องสาวผมชอบยัดเยียดของพวกนี้ให้ผมพกไว้เสมอๆ

"แต่ก็เหมาะกับนายดี เอ้า...กล่องนี้ฉันซื้อมาให้นายโดยเฉพาะ ช๊อคโกแลตคิตตี้" เขาหยิบกล่องที่เป็นรูปเจ้าแมวสีขาวผูกโบว์สีแดงท่าทางปัญญาอ่อนขึ้นมา

"กินซะ หรือจะให้ฉันป้อน"

ผมรู้สึกเหนื่อย แค่ชั่วเวลาไม่กี่นาทีรู้สึกว่าอะไรๆ มันเกิดขึ้นเยอะเสียจนปรับอารมณ์ตัวเองไม่ทัน ได้แต่นั่งมองกล่องรูปคิตตี้ในมือ มองคนตรงหน้าที่กำลังแกะห่อช๊อคโกแลตหนึ่งในหลายสิบกล่องใส่ปาก

"อันนี้อร่อยแฮะ" เขาพูดงึมงัม

"วันนี้คุณพูดเกินสิบคำแล้วนะ คุณอิโนะ" ผมเผลอพูดสิ่งที่ตัวเองคิดออกมา

เขาเหลือบตามองผม ตาสีน้ำตาลที่อยู่ใต้ผมปรกหน้ารุงรังนั้น

"สงสัย...เพราะมันมืดแล้วมั้ง" เขาตอบ "กลับบ้านได้แล้ว ฉันจะไปส่ง"

ก่อนที่ผมจะปิดไฟ สายตาเหลือบไปมองนาฬิกาที่อยู่ข้างฝาโดยไม่ได้ตั้งใจ

...ช่วงเวลาที่เขาเข้ามาในห้อง...ผ่านไปแค่สิบนาทีเท่านั้นเอง

............................

...หากอยู่ในช่วงเวลาที่มีความทุกข์ หนึ่งนาทีช่างแสนยาวนาน

แต่หากอยู่ในห้วงแห่งความสุข หนึ่งนาทีนั้นก็ช่างแสนสั้น

......

14 กุมภามาถึงแล้วครับ วันวาเลนไทน์

ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้าย ที่วันวาเลนไทน์ปีนี้ตรงกับวันเสาร์ อ่อ บริษัทผมไม่ได้หยุดหรอกครับ

แต่บรรดาเหล่าคู่รักที่อี๋อ๋อกันแต่เช้ามันทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิด

...ทั้งตลอดทางที่เดิน บนรถไฟ มีแต่คู่รัก คู่รัก แล้วก็คู่รัก
!!

นี่ถ้าไปถึงบริษัท คงต้องเจออีกแหงๆ ตัดสินใจแล้ว วันนี้โดดงานดีกว่า คิดพลางเดินลงบันไดสถานีรถไฟ...

"โครม
!!!"

ตุ้บ! "โอ๊ย...เจ็บชะมัด" ผมคลำก้นตัวเองที่ล้มกระแทกพื้นอย่างจัง"นายอีกแล้ว...เฮ่อ.....เป็นไงบ้าง?" เสียงเฉื่อยๆไร้อารมณ์คุ้นหูแบบนี้ ทำให้ผมรีบเงยหน้าขึ้นมอง คุณอิโนะ

!! หมอนี่มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง เอ่อ...จะว่าไป นี่มันก็สถานีที่ทำงานนี่หว่า

ผมเงยหน้าขึ้นมองดวงตาสีน้ำตาลของเขา ภาพเดจาวูของเหตุการณ์วันนั้นฉายเข้ามาในหัว เพียงแต่วันนี้ขาไม่แพลง ไม่มีเลือด และพลาสเตอร์คิตตี้

"ลุกไหวหรือเปล่า? เคียวคุง"

ผมมองหน้าเขาอีกครั้ง นี่ครั้งแรกหรือเปล่าเนี่ยที่ผมได้ยินเขาเรียกชื่อน่ะ ว่าแต่เมื่อกี้เขาเรียกผมว่าอะไรนะ?

"คุณไม่ไปทำงานเหรอ?" ผมหันไปถามเมื่อเขาพาผมไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม

"ว่าจะไป แต่ขี้เกียจ" เขาจุดบุหรี่สูบ "โดด"

"เดี๋ยวคุณก็แพ้คุณสึงิหรอก"

"แพ้? อ๋อ เรื่องช๊อคโกแลตน่ะเหรอ ไม่เห็นจะสน" เขาพูดพลางมองไปข้างหน้า "เจ้านั่นแข่งกับฉันเอง"

"แล้ว....." ผมคิดว่าควรจะถามสิ่งที่สงสัยอยู่ดีหรือเปล่า? "มิเอโนะซังล่ะ?" หมายถึงสาวสวยแผนกบัญชีคนนั้นที่พักนี้ไปกินข้าวด้วยกันบ่อยๆ

เขาไม่ตอบแต่นิ่งไปชั่วนาที ก่อนที่หันมามองผมด้วยรอยยิ้มในดวงตา

"นายหึงเหรอ?"

"หา?" ผมอ้าปากค้าง "นี่ยังเช้าอยู่นะครับ คุณอิโนะ" ...คุณเปลี่ยนไปเร็วจนผมตามไม่ทันแล้วนะ

"จริงด้วย...." เขาหัวเราะเบาๆ นี่ผมฝันไปหรือเปล่าเนี่ย??

เงียบกันไปซักพัก ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นมาเบาๆ

"นายชอบฉันที่เป็นแบบนี้หรือเปล่า?"

"หา??"

"ช่างเหอะ.....ถ้าไม่เป็นไรแล้ว ฉันว่านายไปทำงานดีกว่านะ วันนี้น่ะ" พระเจ้า! ผมคงจะตาฝาดไปอีกแล้ว เพราะผมคิดว่าเห็นเขายิ้ม!

...และคราวนี้มันก็เป็นรอยยิ้มที่แปลกประหลาดยังไงพิกล

เขาทิ้งบุหรี่กับถังขยะที่มีที่เขี่ยแถวนั้น
ฉันไปก่อนล่ะ""เดี๋ยว! แล้วคุณล่ะ?"

"โดด"

แล้วเขาก็เดินจากไปเหมือนกับวันนั้น วันที่ผมมองส่งแผ่นหลังที่ห่างออกไป

.......

บนโต๊ะทำงานของคุณอิโนะมีช๊อคโกแลตกองเป็นผะเนินเทินทึก ...นี่หรือเปล่าที่เป็นสาเหตุที่เขาไม่อยากมาทำงาน

"สามสิบแปด" คุณสึงินับกล่องช๊อคโกแลตของตัวเองอย่างภาคภูมิใจ "ทำลายสถิติ ปีที่แล้วสี่กล่อง เจ้าอิโนะทำไมไม่มา เจ นายนับให้ฉันเลยนะ"

"ไว้บ่ายๆละกัน" คุณเจตอบผ่านๆ

เสียงคุณสึงิบ่นเป็นแบคกราวน์ ในขณะที่ผมเดินเข้ามาในห้อง

"นี่ๆๆ เคียว ฉันได้ด้วยแหละ สิบกล่อง" โทชิยะอวดอย่างภาคภูมิใจ

"เออ" ผมรับคำส่งๆ นี่คิดผิดหรือคิดถูกวะเนี่ยที่มาทำงาน

เจ้าทอจจิยังคงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างน่าหมั่นไส้แบบแปลกๆ

"อะไรของแก?"

"ฉันว่านายไปดูที่โต๊ะดีกว่า"

ผมเดินไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง แล้วก็ต้องเห็นกล่องช๊อคโกแลตลายแมวปัญญาอ่อนตัวที่ใครๆต่างก็รู้จักกันดี มีกระดาษโน้ตสั้นๆอยู่ใต้กล่อง

'HAPPY VALENTINE พ่อคิตตี้ กินให้หมดล่ะ'

....

ในหัวของผมนึกถึงรอยยิ้มเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้โดยไม่ได้ตั้งใจ

...ไม่ต้องบอกก็รู้ใช่ไหมครับ ว่าเจ้าของกล่องช๊อคโกแลตนี้เป็นใคร..

 

END

WRITTEN BY NoRin

TO BE PART III : Behind Valentine

AVILABLE ON ......ซักวันละกันนะ

.............................

....มีคนบอกว่า "ขั้นสุดยอดของความรัก คือความรักที่ไม่ครอบครอง" คือความไม่ต้องการสิ่งใด ขอเพียงแค่ได้รักเท่านั้น

เรื่องรักน่ะ มันช่างไร้สาระจริงๆ

ทุกข์ก็เพราะรัก สุขก็เพราะรัก

ความรักมันมีอิทธิพลอะไรกับชีวิตนักหนา

มันเป็นแค่ส่วนหนึ่งของชีวิต ไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต

ฉันเกลียดความรัก

เพราะมันไม่ได้ทำให้ฉันดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่เลย

และนับวันก็ยิ่งจมดิ่งลงไปทุกที

ชีวิตคือความว่างเปล่า

สุดท้ายเราก็ต้องกลับสู่ความว่างเปล่า

ไม่มีแม้แต่ตัวเอง ไม่เหลือชีวิตจิตใจ

สุดท้ายแม้แต่ตัวเองก็ไม่มีอะไร...

NoRin

 

edit @ 14 Feb 2009 06:42:08 by NoRin

edit @ 14 Feb 2009 22:12:42 by NoRin