Ik-Forever




...กู้ความมั่นใจของตัวเองกลับคืนมาด้วยฟิกเรื่องนี้


อ่านไม่รู้เรื่องก็ไม่เป็นไร คิดเสียว่ามันเป็นนิยายออริแล้วกัน



link ตอนเก่า


Innocent chaostic world I

Innocent chaostic world II : melody of heaven

Innocent chaostic world III  : blessing silent


......................................


เรื่องย่อ

'เคียว' เป็นคนไม่ชอบพูด ไม่สุงสิงกับมนุษย์ เกลียดการพบปะผู้คน

เขาได้ย้ายมาอยู่แมนชั่นแห่งหนึ่ง ซึ่งมี 'อิโนรัน' เป็นเพื่อนบ้าน

เคียวว่าประหลาดแล้ว อิโนรันยิ่งประหลาดกว่า เขาไม่ชอบพูด ไม่แสดงออกทางอารมณ์ ไม่มีสีหน้า ไม่มีความรู้สึก

แต่เคียวกลับสัมผัสได้และเข้าใจในทุกการกระทำของเพื่อนบ้านคนนี้


มันเป็นเรื่องความรักของคนสองคน ที่มีโลกเป็นของตัวเอง โลกของคนเงียบ และไม่พูดจา

มันคือฟิกชั่นที่ไม่มีบทสนทนา มีแต่คำบรรยายล้วนๆ


การแสดงออกถึงความรักนั้นต้องใช้วาจาบอกกล่าวเท่านั้นเหรอ?

การที่จะเข้าใจกันต้องพูดจากันได้อย่างเดียวเหรอ?


พวกเขาทั้งสองคนจะพิสูจน์ให้เห็น ว่าแม้ไม่ต้องพูดกัน แต่ก็สามารถเชื่อมต่อหัวใจ ร้อยความรู้สึกถึงกันได้


และแน่นอน...มันคือความรักอันยิ่งใหญ่ในอีกรูปแบบหนึ่ง...



......................................


โลกแห่งรักไร้เสียง

Innocent chaostic world





- Flower Flow  -




...สีสันแสบตาตรงหน้ามันทำให้ดวงตาพร่ามัว...


มันเป็นเรื่องที่แปลก...แปลกแน่นอนหากใครจะมาพบเจอเขาในเวลาแบบนี้และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสถานที่แห่งนี้

ชายหนุ่มร่างเล็กขนาดต่ำกว่ามาตรฐาน ลำแขนทั้งสองข้างเต็มไปด้วยรอยสักน่าเกรงขามกำลังยืนหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ตรงกองดอกไม้กลุ่มใหญ่ แต่หากจะพูดให้ถูกมันก็คือ หน้าร้านดอกไม้ร้านหนึ่งนั่นเอง

เคียวรู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ผิดที่ผิดทาง มันเหมือนกับเขาหลงเข้ามาอยู่ในโลกแปลกประหลาดไร้ทางเดิน สิ่งที่ทำได้ก็เพียงแค่คลำทางไปต่อข้างหน้าอย่างมะงุมมะงาหราในความมืด

ใครจะไปนึก ว่าตัวเขาเองจะต้องมาซื้อดอกไม้


...และเป็นดอกไม้ที่ต้องให้ 'ผู้ชาย' เสียด้วย


ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนตัวเล็ก แต่ด้วยการแต่งกายสีสันฉูดฉาดตามแบบแฟชั่นที่เขาชอบกับเรือนผมสีทองสว่างมันก็ทำให้เขาเด่นอย่างช่วยไม่ได้ ยิ่งเมื่อตัดใจเดินเข้าไปในร้านที่มีลูกค้าสาวอยู่บ้างเป็นประปราย เขาก็อยากวิ่งหนีออกไปเสียในทันที หากสิ่งที่ทำได้ก็มีเพียงแค่ทำหน้าตาบูดบึ้งราวกับแบกโลกไว้ทั้งโลก

พนักงานผู้หญิงออกมาต้อนรับเขาอย่างสุภาพ แม้ว่าเคียวจะอ่านสีหน้าของเจ้าหล่อนออกว่าคงจะกลัวเขาอยู่ไม่น้อย แต่ด้วยจิตวิญญาณนักขายทำให้สามารถยิ้มได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เอาเถอะ...

ร่างเล็กเลือกดอกไม้และแบบริบบิ้นจากแคตตาล๊อคและรอให้มันถูกจัดเป็นช่ออย่างสวยงาม ระหว่างนั้นดวงตาสีดาร์กช๊อคโกแลตก็จับจ้องตั้งแต่ที่มันเริ่มก่อร่างจากดอกเดียวไปจนเป็นบูเก้โดยสมบูรณ์ ไม่อยากจะนึกภาพตอนตัวเองถือเจ้าสิ่งนั้นออกไปเลย และยิ่งต้องหอบมันขึ้นรถไฟด้วยแล้ว...

เขาเป็นผู้ชาย คงจะพูดไม่ได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าชอบดอกไม้

และคนที่เขาจะเอาของสิ่งนี้ไปให้ก็เป็นผู้ชาย...



แล้วคนคนนั้นจะชอบไหม?



แต่เคียวก็นึกอะไรไม่ออกว่าในโอกาสแบบนี้เขาควรจะมอบอะไรให้ดี? สิ่งที่ใช้เป็นตัวแทนแสดงความรู้สึกได้พอนึกดูแล้วก็มีไม่กี่อย่าง

พนักงานสาวเดินมามอบช่อดอกไม้ที่สมบูรณ์ให้เขา ช่อดอกไม้ประหลาดๆหลากสีที่มีเพียงแค่พันธุ์เดียว

เคียวจ่ายเงินและเดินออกจากร้าน แล้วก็เป็นอย่างที่คิด เขากลายเป็นจุดเด่นอย่างไม่ต้องสงสัย นึกสภาพผู้ชายตัวเล็กหน้าโฉดผมทองใส่เสื้อโค้ทสีแดงกับดอกไม้ช่อใหญ่ที่มีสารพัดสี เดินอยู่ท่ามกลางแสงไฟและคนขวั่กไขว่ในตัวเมืองยามหัวค่ำ

ผู้หญิงวัยรุ่นหลายคนมองเขาแล้วอมยิ้ม บ้างก็หันไปซุบซิบกันอย่างไม่เกรงใจ จนเคียวนึกอยากจะขว้างของต้นเหตุในมือทิ้ง แต่พอนึกถึงคนที่เขาจะเอาเจ้าสิ่งนี้ไปให้แล้วก็ทำไม่ลง


แต่เดี๋ยวก่อน มันยังมีปัญหาที่ใหญ่กว่านั้น...!


การจะให้ดอกไม้แทนความรู้สึกก็เป็นสิ่งที่ดี ตอนซื้อก็ไม่ได้คิด แต่เขาลืมตอนที่จะยื่นให้ไปเสียสนิท!!

คนคนนั้นคงจะงงหนักแน่ๆ คงจะทำหน้าประหลาดใจ แล้วถ้าเกิดไม่ยอมรับขึ้นมาล่ะ?? จู่ๆจะมีผู้ชายเอาดอกไม้ไปให้ แล้วคนบ้าที่ไหนมันจะรับกัน


...แม้ว่าจะเป็นดอกไม้แทนคำขอบคุณก็เหอะนะ..


ฝีเท้าใต้รองเท้าบู๊ตหนังเดินแผ่วลงทุกขณะ ก่อนที่จะหยุดลง


ต้นเดือนธันวาคม รอบข้างอาคารร้านค้าถูกประดับประดาด้วยสีสันแดงและเขียว บ้างเริ่มมีการนำต้นคริสต์มาสมาตกแต่ง ลมเย็นกรูเกรียวพาให้ต้องห่อตัวเข้าหากันด้วยความหนาว

ชายหนุ่มคนหนึ่งยืนปะปนในบรรยากาศเริงรื่น แต่ตัวเองรู้สึกราวกับเป็นหลุมดำในห้วงบรรยากาศแห่งนี้


จะว่าไปแล้ว...เขากับคนคนนั้นก็รู้จักกันมาเกือบปี พูดคุยกันก็นับครั้งได้ ถึงแม้จะเห็นหน้ากันบ่อยๆ กินข้าวด้วยกัน เดินด้วยกันและจับมือกัน

พวกเขาคิดว่าเขาเข้าใจกัน แม้ไม่ต้องพูดกัน แต่เคียวก็ยังไม่แน่ใจว่าตัวเองรู้สึกยังไงกับอีกฝ่าย เหมือนกับที่เขาไม่แน่ใจความรู้สึกของคนนั้น

ผู้ชายเหมือนกัน คนไม่พูดเหมือนกัน รสนิยมเกือบจะใกล้กัน



...มันจะรู้สึกเหมือนกันด้วยหรือเปล่า?



ดวงตาสีดาร์กช๊อคโกแลตมองช่อดอกไม้ในมือ ช่อดอกไฮเดรนเยียหลากสีที่เขาตั้งใจจะมอบให้เพื่อเป็นการขอบคุณ


มีคนบอกว่าความหมายของมันไม่ค่อยดี เพราะไฮเดรนเยียหมายถึง 'ความเย็นชา'

แต่เคียวกับคิดถึงความหมายอีกอย่างที่แอบซ่อนอยู่ของมัน ภายใต้กลีบดอกเล็กๆสวยงามนั่น มันหมายถึง 'ความเข้าใจ'



เคียวคิดว่ามันเหมือนกับ 'คนคนนั้น'



ร่างเล็กยืนนิ่งอยู่นานโดยพยายามจะเค้นหัวคิดว่าจะทำยังไงกับของในมือดี แต่แล้วอะไรบางอย่างก็ทำให้เขาต้องเงยหน้าขึ้นมอง

ใบหน้าของใครบางคนกำลังยืนมองมาทางเขาอยู่ในระยะไม่ไกล ไม่สิ ต้องบอกว่าใกล้พอดูเพราะถ้าเอื้อมแขนไปก็คงแตะได้ถึง

เคียวตกใจจนหน้าเลิ่กลั่ก เมื่อจู่ๆคนที่กำลังคิดถึงอยู่ก็มาปรากฎตัวตรงหน้า แล้วเขาก็รู้ตัวอีกครั้งว่าตัวเองถืออะไรอยู่ ร่างเล็กพยายามซ่อนมันเอาไว้ข้างหลัง แต่ก็ช้าไปเสียแล้วกับคนที่แย่งมันมาถือเอาไว้


ไม่มีสีหน้าใดๆปรากฎบนใบหน้าติดจะหวานนิดๆนั้นอย่างเช่นเคย ในดวงตาสีน้ำตาลเช่นเดียวกับสีผมที่ตกลงปรกหน้าก็ยังคงอ่านไม่ออกเหมือนเดิม ซึ่งมันก็เป็นดั่งทุกครั้งที่เขาเห็น


อิโนรันพิจารณาช่อดอกไม้นั่นหรืออย่างน้อยเขาก็กำลังทำอย่างนั้น ราวกับว่ากำลังอ่านตัวอักษรที่มองไม่เห็นซึ่งจารึกอยู่บนกลีบเล็กๆแต่ละกลีบ

ร่างสูงกว่าเปลี่ยนมาถือมันไว้ด้วยมือซ้าย แล้วยื่นมือขวามากุมมือเล็กเรียวของคนตรงหน้าไว้แทน ออกแรงดึงนิดๆให้ตามมา



เสียงฝีเท้าของทั้งคู่ถูกกลบทับด้วยเสียงจอแจจากสภาพแวดล้อม แต่โลกของพวกเขายังคงไร้ซึ่งการพูดจา


รอบข้างอากาศหนาวแต่มือที่กระชับกันนั้นช่างแสนอบอุ่น


ดวงตากลมโตของคนร่างเล็กเหลือบมองมือซ้ายของคนข้างๆถือช่อดอกไม้นั้นไว้อย่างเป็นธรรมชาติราวกับเกิดมาเพื่อเป็นเจ้าของสิ่งนั้น ริมฝีปากอิ่มเหยียดยิ้มนิดๆด้วยความลืมตัว



.....การที่ไฮเดรนเยียมีความหมายว่าความเย็นชานั้น เพราะมันเป็นดอกไม้เมืองหนาว

แต่ไฮเดรนเยียนั้น มีอีกความหมายหนึ่งนั่นคือ 'ขอบคุณสำหรับความเข้าใจ'



เพราะมันอ่อนไหว มีสีที่เปลี่ยนแปลงไปไม่แน่นอน และจะบานในพื้นที่หนาว แต่ก็ยังมีคนชื่นชอบมัน

ดังนั้น จึง 'ขอบคุณที่เข้าใจ' ในตัวตนของไฮเดรนเยีย



เหมือนกับที่พวกเขาไม่เคยพูดคุยกัน


แต่พวกเขา 'เข้าใจ' กันและกัน




เคียวคิดว่ามันเหมือนกับ 'คนคนนั้น'




...คนที่จะมาเป็น 'คนสำคัญ' ของเขา



- Flower Flow  - / END


......................................


...เป็นตอนที่ยาวที่สุดสำหรับเรื่องนี้ที่เขียนมาเลยวุ้ย

ชื่อตอน 'Flower Flow' ถ้าแปลเป็นไทยก็น่าจะว่า "การไหลของดอกไม้" (น้ำเน่าได้อีก)

 

ยิ่งเขียนก็ยิ่งรู้สึกดี เรื่องนี้น่ะเป็นเรื่องที่เขียนแล้วมีความสุขมากๆ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่เราชอบมากๆเลยนะ




และแล้วก็เอา 'ไฮเดรนเยีย' มาเล่นอีกจนได้ เจ้าดอกไม้ในตำนาน





มันสวยดีนะ...ชอบมาก แล้วเราก็คิดว่ามันเหมาะกับอิโนะจริงๆ






ช่อที่เคียวคุงให้อิโนะคงประมาณนี้มั้ง?



จู่ๆก็นึกอยากเขียนอะไรที่เกี่ยวกับดอกไม้ขึ้นมา

แล้วก็อยากฟื้นฟูตัวเองขึ้นมาด้วย (หวังว่ามันคงจะโอเค)

ชอบไหม? ดีไหม? โอเคไหม? 

 

แต่ตอนนี้น่ะรู้สึกดี (ทางใจ) มากๆเลยแหละ (แต่ทางกายนี่ปวดหัวชิบ...)



(....ว่าแต่เจ้าสองตัวนี่จะสารภาพรักกันยังไงนะ? (ฮา))




ขอบคุณที่อ่านจ้า~


NoRin

(ชอบคุณข้อมูลจาก http://crescent.exteen.com/ ค่ะ)


Innocent chaostic world I

Innocent chaostic world II : melody of heaven

.................

 

*WARNING*

ENTRY ที่ท่านจะได้รับชมต่อไปนี้ มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับ ชายรักชาย

หากท่านไม่ประสงค์นิยมชมชอบ รับไม่ได้ ไม่เข้าใจ

กรุณา ออกจากบลอคนี้ไป ด่วน ค่ะ

 

โลกแห่งรักไร้เสียง
Innocent chaostic world

- silent blessing  -


...ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว

อากาศเกือบเย็นช่วงใกล้ค่ำให้ความรู้สึกประหลาดล้ำในความรู้สึก ช่วงรอยต่อของวันที่แสงอาทิตย์สุดท้ายกำลังค่อยๆลาลับโลกไปราวกับมีมนต์ขลังสะกดทุกสรรพสิ่งให้นิ่งงันด้วยถ้อยคำกระซิบแห่งมายา

ร่างเล็กเฝ้ามองควันบุหรี่สีขาวอมเทาที่กำลังลอยคว้างอยู่ในอากาศตรงหน้าอย่างเบื่อหน่าย ดวงตากลมโตสีดำเหลือบมองนาฬิกาที่ข้อมือเป็นระยะ

...วันนี้ทำไมกลับช้าเกินไปแล้ว?
...ทั้งๆที่เขาอุตส่าห์มารอแท้ๆเชียวนะ

ไม่บ่อยครั้งนักหรอกที่เคียวจะกลับบ้านเร็ว งานพิเศษที่เริ่มทำเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาทำเอาตารางเวลาของเขาเปลี่ยนไป จากที่ปกติเคยเจอกับใครบางคนในขบวนรถไฟเที่ยวเย็นเกือบทุกวัน กลายเป็นว่าบัดนี้จะเห็นหน้ากันก็นับครั้งได้ในหนึ่งอาทิตย์ ทั้งๆที่อยู่ห้องติดกันแท้ๆ

เสียงกีตาร์เหงาๆ ไม่ได้ผ่านผนังนั้นมานานเท่าไหร่แล้ว ดูเหมือนว่าฝ่ายนั้นก็จะเปลี่ยนตารางการทำงานเหมือนกัน ทำให้ช่วงเวลาที่เคยคิดว่าสมบูรณ์แบบนั้นค่อยๆจางลงตามสายลมแห่งกาลเวลา

ใบหน้ากลมซบลงกับราวระเบียงอลูมิเนียมเย็นเฉียบ

ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงอยากเจออีกฝ่ายนักหนา

...ความรู้สึกนี้เรียกว่าอะไร?

เสียงฝีเท้าไม่เบานัก ฟังจังหวะโดยที่ไม่ต้องเงยหน้าขึ้นก็รู้ว่าคนที่เป็นต้นกำเนิดเสียงนั้นกำลังเร่งรีบขนาดไหน น่าแปลกที่มนุษย์ต่างก็มีเท้าแค่สองข้างเหมือนกันแทบจะทั้งโลก แต่ในบรรดาประชากรรับหมื่นล้านต่างสรรค์สร้างเสียงแห่งการเดินได้ไม่ซ้ำแบบกันเลยซักคน

เสียงแบบนี้ เคียวจำได้...

ไม่ว่าจะเป็นเสียงอะไร เขาก็จำได้...

ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมา เพื่อสบกับดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของคนที่เพิ่งขึ้นบันไดมาจากชั้นล่าง ใบหน้าหวานมีไรหนวดนิดๆของอีกฝ่ายที่ไม่ได้เห็นมานานดูแปลกตาไปเล็กน้อยท่ามกลางแสงนีออนของไฟระเบียง พวกเขาน่าจะพูดกันซักครั้ง แต่คำทักทายก็ไม่เคยหลุดออกจากปากกันและกันเฉกเช่นเดียวกับทุกเวลา

สีหน้าของอิโนรันยังคงนิ่งเฉยอย่างทุกครั้งที่เขาเป็น สิ่งเดียวที่แสดงอารมณ์คือแววในดวงตาวูบไหว ถึงแม้จะไม่พูด ถึงแม้จะไม่ออกเสียง แต่เคียวก็รู้ว่าเขาเหนื่อย ไม่รู้เหมือนกันว่าตั้งแต่เมื่อไหร่แล้วที่พวกเขาสามารถเข้าใจความคิดของกันและกันได้โดยไม่ต้องอาศัยถ้อยคำ

ฝ่ามือใหญ่ชื้นเหงื่อเอื้อมมาสัมผัสกับข้อแขน อาศัยแรงเพียงนิดร่างเล็กๆก็ปะทะเข้ากับแผ่นอกของคนตัวสูงกว่า

ดวงตาสีดำสนิทเบิกค้างอย่างตกใจ เพราะถึงแม้พวกเขาจะเคยเดินจับมือกันมาบ้างแต่ก็แทบจะไม่ได้สัมผัสกันและกันไปมากกว่านี้ เคียวเคยหวาดกลัวกับการแตะเนื้อต้องตัวคนอื่น สิ่งที่เรียกว่า 'ความทรงจำในอดีต' ยังคงตามตอกย้ำปมอันไม่น่านึกถึงมันเสมอสำหรับจิตสำนึกของมนุษย์

แต่น่าแปลกที่คราวนี้เขากลับสงบนิ่งอย่างประหลาด

ในอ้อมกอดอันแสนอบอุ่น ราวถูกโอบคลุมด้วยสายลมอุ่นอันแสนอ่อนโยน...

ลำแขนสองข้างเลื่อนขึ้นโอบตอบ เปลือกตาปิดลงราวตั้งใจสดับฟังเสียงเต้นระรัวของหัวใจใต้ผนังอกนั้น ทำให้เขาไม่ได้เห็นในสิ่งที่ควรจะเห็น

เรียวปากสีอ่อนของคนตัวสูงกว่าคลี่ยิ้มจางๆ...วันนี้ทั้งวันได้รับคำอวยพรมากมาย แต่ก็ไม่มีสิ่งใดจะเทียบได้จากอ้อมกอดอุ่นๆนี้


...ขอบคุณสวรรค์ที่นำทางให้นายมาเจอฉัน


...ในเส้นทางแห่งความเงียบงันของเราสอง

 

- silent blessing  - / end


.......................................


ทำไมฉันถึงเขียนเรื่องนี้ล่ะ? ก็เพราะว่าฉันชอบ Theme ของเรื่องนี้มากๆน่ะสิ

มันอาจจะสั้น แต่กับเรื่องยาวไร้บทสนทนาแบบนี้ ถ้ายาวเกินไปก็จะทำให้น่าเบื่อ

 

วันนี้วันที่ 29 กันยายน 2009 / 29.09.09 เลขงามอีกวันแล้ว


ฉันอยากเขียนให้เยอะกว่านี้นะ สัญญาค่ะว่าจะเขียนให้มากกว่านี้ (ว่าแต่จะมีคนอ่านหรือเปล่านะ?)

 

12 ปี แล้วสินะคะ 12 ปีที่ได้รู้จกคุณ 12 ปีที่ได้อวยพรวันเกิดให้คุณ


มันยาวนานเสียจนไม่นึกเลยว่าจะรักใครได้มากขนาดนี้


คุณเป็นใครกันนะ? เป็นแค่คนคนหนึ่งที่ผ่านมาในชีวิต คุณไม่รู้ถึงการมีตัวตนของฉันเลย


แต่ฉันกลับรับเอาตัวตนของคุณมาใส่ในชีวิตของฉันเสียแล้ว

 

"ชีวิตของฉันไม่ใช่ของคุณ แต่ทุกลมหายใจของฉันเป็นของคุณ"

 

รักคุณมากจนมันก้าวข้ามคำว่ารักไปแล้ว ไม่คิดไม่ฝันเหมือนกันว่าชีวิตนี้จะชอบใครได้นานขนาดนี้

 

ดีใจที่คุณเกิดมา ขอบคุณสวรรค์ที่ส่งคุณมา

 

ความสุขของคุณก็คือความสุขของฉัน

ขอให้คุณมีชีวิตที่สวยงามอย่างที่คุณต้องการ


และฉันพร้อมที่จะยินดีในทุกการตัดสินใจของคุณ


ขอให้มีความสุขมากๆค่ะ

 

I loved you, I love you and always will...

HAPPY BIRTHDAY INORAN san

NoRin

แถม...

ล้อเล่นนะคะ ที่ร๊ากกกกกกกก~ ^^

ว่าแต่...

เอาคนนี้คืนม๊า~~~~~

แอบกลับมาบ้านหน่อย...

แล้วก็แอบเขียนเสียหน่อย

จากตอนที่ 1 เรื่องนี้ >> Innocent chaostic world


ก็เลยเป็นตอนถัดมา..แบบนี้


คาดว่าคงเป็นซีรีย์ที่ผุดขึ้นตามใจคนเขียน


คอนเสปเดิม ไม่มีบทสนทนา บรรยายล้วนๆ


.........................................

 

*WARNING*

ENTRY ที่ท่านจะได้รับชมต่อไปนี้ มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับ ชายรักชาย

หากท่านไม่ประสงค์นิยมชมชอบ รับไม่ได้ ไม่เข้าใจ

กรุณา ออกจากบลอคนี้ไป ด่วน ค่ะ

 

โลกแห่งรักไร้เสียง
Innocent chaostic world


- melody of heaven  -


ลมร้อนโชยมาไม่รู้ว่าเป็นครั้งที่เท่าไหร่ของวัน...


ดวงตากลมโตสีดำมองไปยังท้องฟ้าที่อยู่เยื้องออกไปไกลๆ แม้จะเป็นยามค่ำแต่แสงไฟจากพื้นเบื้องล่างก็พาให้ผืนนภาแถบนั้นเรืองแสงสว่างขึ้นมาได้

ควันบุหรี่สีขาวอมเทาพ่นเป็นสายยาวจากกลีบปากอิ่ม สายตาแน่วแน่จับจ้องจนมันสลายหายไปอย่างแช่มช้า

...ยังไม่ดึกนัก...ออกไปข้างนอกหน่อยก็คงดี

 

ชายหนุ่มร่างเล็กผมทองในชุดเสื้อยืดพอดีตัวกับกางเกงยีนส์ตัวหลวมเดินลงจากอพาตเมนต์ เสียงรองเท้าแตะสำหรับใส่ในวันที่อากาศอบอ้าวกระทบพื้นไม้แผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน

ถึงอย่างนั้น...

บานประตูห้องข้างๆก็เปิดออกอัตโนมัติเมื่อเขาเดินผ่าน


เคียวสะดุ้งตกใจเมื่อจู่ๆ เจ้าของดวงหน้าสวยที่มีผมสีน้ำตาลยุ่งเหยิงก็โผล่ออกจากอาณาเขตส่วนตัว ยอมรับว่าตอนที่เดินผ่านเขาเองก็มีความหวังว่าคนข้างในอาจจะยังอยู่ในห้อง

ดวงตาสีน้ำตาลใต้เรือนผมรุงรังจ้องมองใบหน้ากลมขาวเนียนที่ดูตื่นนิดๆ โดยปราศจากคำพูดใดๆ เช่นเดิม ก่อนที่จะยกมือขึ้นเกาหัวตัวเองแล้วผลุบหายเข้าไปในห้องอีกครั้ง

ร่างเล็กมองอย่างสงสัยแต่ก็ไม่ประหลาดใจเท่าไหร่นักกับพฤติกรรมแปลกๆแบบนี้ ถ้าอิโนรันจะตรงเข้ามาคุยกับเขานั่นแหละถึงจะเรียกได้ว่ามหัศจรรย์อย่างที่สุด

อิโนรัน คนข้างห้อง ที่เขารู้จักชื่อจากปากคนอื่นเสียด้วยซ้ำ ตลอดระยะเวลาของการดำรงความเป็นเพื่อนบ้านมากว่าสามเดือนประโยคที่พูดนั้นแทบจะนับครั้งได้ เคียวไม่รู้ว่าเป็นเพราะอีกฝ่ายสื่อสารกับคนไม่เป็น หรือเขาเองที่มนุษยสัมพันธ์ห่วย ทั้งๆที่ทุกเช้าเขาทั้งคู่ต่างก็เดินไปขึ้นรถไฟขบวนเดียวกัน ตกเย็นก็กลับเวลาตรงกัน แถมบางวันยังกินข้าวด้วยกันอีกต่างหาก

ถ้าจะถามว่าอีกฝ่ายเสียงเป็นยังไง เคียวก็สามารถตอบได้เต็มปากเต็มคำว่าไม่รู้ เพียงแต่สิ่งที่เขารู้ คือท่วงทำนองเหงาๆเศร้าๆที่กลั่นของจากปลายนิ้วและแทรกผ่านอีกฝากของผนังมาเท่านั้น...

...เพียงแค่นั้น

ร่างเล็กตั้งท่าจะเดินต่อแต่แล้วอะไรบางอย่างก็ดึงรั้งร่างเขาเอาไว้ทำให้ไม่สามารถก้าวต่อไปข้างหน้าได้

ฝ่ามือใหญ่เย็นเฉียบ สากนิดๆโดยเฉพาะบริเวณปลายนิ้วที่สัมผัสกับสายกีตาร์เกินกว่าครึ่งของชีวิตกอบกุมอยู่บนข้อมือเล็ก ใบหน้าหวานนิ่งสงบไม่แสดงอารมณ์ความรู้สึก แต่ในแววตาสีน้ำตาลใสนั้นมีเค้าเงาของความกังวลฉายอยู่รางๆ จากเส้นผมยุ่งเหยิงและเสื้อผ้าแบบสบายๆถูกปรับเปลี่ยนให้พร้อมสำหรับจะออกไปข้างนอก

เคียวหันกลับไปมองคนตรงหน้าก่อนจะใช้สายตาตวัดไปยังท้องฟ้าเจือแสงสว่างนั่น และหันกลับมาสบดวงตาสีฤดูใบไม้ร่วงนั้นอีกครั้ง

มือเรียวนุ่มรวบมือใหญ่เข้าแนบกันและกัน หลังจากนั้นคนที่ช่วงขายาวกว่าจึงเร่งระดับมาเดินเคียงข้าง

เสียงรองเท้าสองคู่เดินกระทบพื้นเป็นจังหวะเดียวกันสืบสานไปยังเบื้องหน้า


...และมีเสียงอื่นที่ดังกว่าระรัวอย่างเงียบงันในจังหวะเดียวกันของทั้งสอง...


- melody of heaven  - / end

..............................................

ขอยืนยันว่า ไม่ว่าจะยังไงฉันก็ยังรักคู่นี้ที่สุดในโลกอยู่ดี ยิ่งมาเขียนแบบนี้ก็ยิ่งรู้สึกได้ว่าตัวเองรักทั้งสองคนนี้จริงๆ

อยากให้ความรักที่ยิ่งใหญ่นี้คงอยู่ตลอดไปจังเลยนะ

...ว่าแต่จะมีตอนที่สามหรือเปล่าหวา? 55+


NoRin

 

edit @ 20 Jul 2009 14:30:45 by NoRin