[Ik]โลกแห่งรักไร้เสียง...IV : Flower Flow
posted on 03 Dec 2009 21:41 by norin in Ik-Forever
...กู้ความมั่นใจของตัวเองกลับคืนมาด้วยฟิกเรื่องนี้
อ่านไม่รู้เรื่องก็ไม่เป็นไร คิดเสียว่ามันเป็นนิยายออริแล้วกัน
link ตอนเก่า
Innocent chaostic world I
Innocent chaostic world II : melody of heaven
Innocent chaostic world III : blessing silent
......................................
เรื่องย่อ
'เคียว' เป็นคนไม่ชอบพูด ไม่สุงสิงกับมนุษย์ เกลียดการพบปะผู้คน
เขาได้ย้ายมาอยู่แมนชั่นแห่งหนึ่ง ซึ่งมี 'อิโนรัน' เป็นเพื่อนบ้าน
เคียวว่าประหลาดแล้ว อิโนรันยิ่งประหลาดกว่า เขาไม่ชอบพูด ไม่แสดงออกทางอารมณ์ ไม่มีสีหน้า ไม่มีความรู้สึก
แต่เคียวกลับสัมผัสได้และเข้าใจในทุกการกระทำของเพื่อนบ้านคนนี้
มันเป็นเรื่องความรักของคนสองคน ที่มีโลกเป็นของตัวเอง โลกของคนเงียบ และไม่พูดจา
มันคือฟิกชั่นที่ไม่มีบทสนทนา มีแต่คำบรรยายล้วนๆ
การแสดงออกถึงความรักนั้นต้องใช้วาจาบอกกล่าวเท่านั้นเหรอ?
การที่จะเข้าใจกันต้องพูดจากันได้อย่างเดียวเหรอ?
พวกเขาทั้งสองคนจะพิสูจน์ให้เห็น ว่าแม้ไม่ต้องพูดกัน แต่ก็สามารถเชื่อมต่อหัวใจ ร้อยความรู้สึกถึงกันได้
และแน่นอน...มันคือความรักอันยิ่งใหญ่ในอีกรูปแบบหนึ่ง...
......................................
โลกแห่งรักไร้เสียง
Innocent chaostic world
- Flower Flow -
...สีสันแสบตาตรงหน้ามันทำให้ดวงตาพร่ามัว...
มันเป็นเรื่องที่แปลก...แปลกแน่นอนหากใครจะมาพบเจอเขาในเวลาแบบนี้และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสถานที่แห่งนี้
ชายหนุ่มร่างเล็กขนาดต่ำกว่ามาตรฐาน ลำแขนทั้งสองข้างเต็มไปด้วยรอยสักน่าเกรงขามกำลังยืนหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ตรงกองดอกไม้กลุ่มใหญ่ แต่หากจะพูดให้ถูกมันก็คือ หน้าร้านดอกไม้ร้านหนึ่งนั่นเอง
เคียวรู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ผิดที่ผิดทาง มันเหมือนกับเขาหลงเข้ามาอยู่ในโลกแปลกประหลาดไร้ทางเดิน สิ่งที่ทำได้ก็เพียงแค่คลำทางไปต่อข้างหน้าอย่างมะงุมมะงาหราในความมืด
ใครจะไปนึก ว่าตัวเขาเองจะต้องมาซื้อดอกไม้
...และเป็นดอกไม้ที่ต้องให้ 'ผู้ชาย' เสียด้วย
ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนตัวเล็ก แต่ด้วยการแต่งกายสีสันฉูดฉาดตามแบบแฟชั่นที่เขาชอบกับเรือนผมสีทองสว่างมันก็ทำให้เขาเด่นอย่างช่วยไม่ได้ ยิ่งเมื่อตัดใจเดินเข้าไปในร้านที่มีลูกค้าสาวอยู่บ้างเป็นประปราย เขาก็อยากวิ่งหนีออกไปเสียในทันที หากสิ่งที่ทำได้ก็มีเพียงแค่ทำหน้าตาบูดบึ้งราวกับแบกโลกไว้ทั้งโลก
พนักงานผู้หญิงออกมาต้อนรับเขาอย่างสุภาพ แม้ว่าเคียวจะอ่านสีหน้าของเจ้าหล่อนออกว่าคงจะกลัวเขาอยู่ไม่น้อย แต่ด้วยจิตวิญญาณนักขายทำให้สามารถยิ้มได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เอาเถอะ...
ร่างเล็กเลือกดอกไม้และแบบริบบิ้นจากแคตตาล๊อคและรอให้มันถูกจัดเป็นช่ออย่างสวยงาม ระหว่างนั้นดวงตาสีดาร์กช๊อคโกแลตก็จับจ้องตั้งแต่ที่มันเริ่มก่อร่างจากดอกเดียวไปจนเป็นบูเก้โดยสมบูรณ์ ไม่อยากจะนึกภาพตอนตัวเองถือเจ้าสิ่งนั้นออกไปเลย และยิ่งต้องหอบมันขึ้นรถไฟด้วยแล้ว...
เขาเป็นผู้ชาย คงจะพูดไม่ได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าชอบดอกไม้
และคนที่เขาจะเอาของสิ่งนี้ไปให้ก็เป็นผู้ชาย...
แล้วคนคนนั้นจะชอบไหม?
แต่เคียวก็นึกอะไรไม่ออกว่าในโอกาสแบบนี้เขาควรจะมอบอะไรให้ดี? สิ่งที่ใช้เป็นตัวแทนแสดงความรู้สึกได้พอนึกดูแล้วก็มีไม่กี่อย่าง
พนักงานสาวเดินมามอบช่อดอกไม้ที่สมบูรณ์ให้เขา ช่อดอกไม้ประหลาดๆหลากสีที่มีเพียงแค่พันธุ์เดียว
เคียวจ่ายเงินและเดินออกจากร้าน แล้วก็เป็นอย่างที่คิด เขากลายเป็นจุดเด่นอย่างไม่ต้องสงสัย นึกสภาพผู้ชายตัวเล็กหน้าโฉดผมทองใส่เสื้อโค้ทสีแดงกับดอกไม้ช่อใหญ่ที่มีสารพัดสี เดินอยู่ท่ามกลางแสงไฟและคนขวั่กไขว่ในตัวเมืองยามหัวค่ำ
ผู้หญิงวัยรุ่นหลายคนมองเขาแล้วอมยิ้ม บ้างก็หันไปซุบซิบกันอย่างไม่เกรงใจ จนเคียวนึกอยากจะขว้างของต้นเหตุในมือทิ้ง แต่พอนึกถึงคนที่เขาจะเอาเจ้าสิ่งนี้ไปให้แล้วก็ทำไม่ลง
แต่เดี๋ยวก่อน มันยังมีปัญหาที่ใหญ่กว่านั้น...!
การจะให้ดอกไม้แทนความรู้สึกก็เป็นสิ่งที่ดี ตอนซื้อก็ไม่ได้คิด แต่เขาลืมตอนที่จะยื่นให้ไปเสียสนิท!!
คนคนนั้นคงจะงงหนักแน่ๆ คงจะทำหน้าประหลาดใจ แล้วถ้าเกิดไม่ยอมรับขึ้นมาล่ะ?? จู่ๆจะมีผู้ชายเอาดอกไม้ไปให้ แล้วคนบ้าที่ไหนมันจะรับกัน
...แม้ว่าจะเป็นดอกไม้แทนคำขอบคุณก็เหอะนะ..
ฝีเท้าใต้รองเท้าบู๊ตหนังเดินแผ่วลงทุกขณะ ก่อนที่จะหยุดลง
ต้นเดือนธันวาคม รอบข้างอาคารร้านค้าถูกประดับประดาด้วยสีสันแดงและเขียว บ้างเริ่มมีการนำต้นคริสต์มาสมาตกแต่ง ลมเย็นกรูเกรียวพาให้ต้องห่อตัวเข้าหากันด้วยความหนาว
ชายหนุ่มคนหนึ่งยืนปะปนในบรรยากาศเริงรื่น แต่ตัวเองรู้สึกราวกับเป็นหลุมดำในห้วงบรรยากาศแห่งนี้
จะว่าไปแล้ว...เขากับคนคนนั้นก็รู้จักกันมาเกือบปี พูดคุยกันก็นับครั้งได้ ถึงแม้จะเห็นหน้ากันบ่อยๆ กินข้าวด้วยกัน เดินด้วยกันและจับมือกัน
พวกเขาคิดว่าเขาเข้าใจกัน แม้ไม่ต้องพูดกัน แต่เคียวก็ยังไม่แน่ใจว่าตัวเองรู้สึกยังไงกับอีกฝ่าย เหมือนกับที่เขาไม่แน่ใจความรู้สึกของคนนั้น
ผู้ชายเหมือนกัน คนไม่พูดเหมือนกัน รสนิยมเกือบจะใกล้กัน
...มันจะรู้สึกเหมือนกันด้วยหรือเปล่า?
ดวงตาสีดาร์กช๊อคโกแลตมองช่อดอกไม้ในมือ ช่อดอกไฮเดรนเยียหลากสีที่เขาตั้งใจจะมอบให้เพื่อเป็นการขอบคุณ
มีคนบอกว่าความหมายของมันไม่ค่อยดี เพราะไฮเดรนเยียหมายถึง 'ความเย็นชา'
แต่เคียวกับคิดถึงความหมายอีกอย่างที่แอบซ่อนอยู่ของมัน ภายใต้กลีบดอกเล็กๆสวยงามนั่น มันหมายถึง 'ความเข้าใจ'
เคียวคิดว่ามันเหมือนกับ 'คนคนนั้น'
ร่างเล็กยืนนิ่งอยู่นานโดยพยายามจะเค้นหัวคิดว่าจะทำยังไงกับของในมือดี แต่แล้วอะไรบางอย่างก็ทำให้เขาต้องเงยหน้าขึ้นมอง
ใบหน้าของใครบางคนกำลังยืนมองมาทางเขาอยู่ในระยะไม่ไกล ไม่สิ ต้องบอกว่าใกล้พอดูเพราะถ้าเอื้อมแขนไปก็คงแตะได้ถึง
เคียวตกใจจนหน้าเลิ่กลั่ก เมื่อจู่ๆคนที่กำลังคิดถึงอยู่ก็มาปรากฎตัวตรงหน้า แล้วเขาก็รู้ตัวอีกครั้งว่าตัวเองถืออะไรอยู่ ร่างเล็กพยายามซ่อนมันเอาไว้ข้างหลัง แต่ก็ช้าไปเสียแล้วกับคนที่แย่งมันมาถือเอาไว้
ไม่มีสีหน้าใดๆปรากฎบนใบหน้าติดจะหวานนิดๆนั้นอย่างเช่นเคย ในดวงตาสีน้ำตาลเช่นเดียวกับสีผมที่ตกลงปรกหน้าก็ยังคงอ่านไม่ออกเหมือนเดิม ซึ่งมันก็เป็นดั่งทุกครั้งที่เขาเห็น
อิโนรันพิจารณาช่อดอกไม้นั่นหรืออย่างน้อยเขาก็กำลังทำอย่างนั้น ราวกับว่ากำลังอ่านตัวอักษรที่มองไม่เห็นซึ่งจารึกอยู่บนกลีบเล็กๆแต่ละกลีบ
ร่างสูงกว่าเปลี่ยนมาถือมันไว้ด้วยมือซ้าย แล้วยื่นมือขวามากุมมือเล็กเรียวของคนตรงหน้าไว้แทน ออกแรงดึงนิดๆให้ตามมา
เสียงฝีเท้าของทั้งคู่ถูกกลบทับด้วยเสียงจอแจจากสภาพแวดล้อม แต่โลกของพวกเขายังคงไร้ซึ่งการพูดจา
รอบข้างอากาศหนาวแต่มือที่กระชับกันนั้นช่างแสนอบอุ่น
ดวงตากลมโตของคนร่างเล็กเหลือบมองมือซ้ายของคนข้างๆถือช่อดอกไม้นั้นไว้อย่างเป็นธรรมชาติราวกับเกิดมาเพื่อเป็นเจ้าของสิ่งนั้น ริมฝีปากอิ่มเหยียดยิ้มนิดๆด้วยความลืมตัว
.....การที่ไฮเดรนเยียมีความหมายว่าความเย็นชานั้น เพราะมันเป็นดอกไม้เมืองหนาว
แต่ไฮเดรนเยียนั้น มีอีกความหมายหนึ่งนั่นคือ 'ขอบคุณสำหรับความเข้าใจ'
เพราะมันอ่อนไหว มีสีที่เปลี่ยนแปลงไปไม่แน่นอน และจะบานในพื้นที่หนาว แต่ก็ยังมีคนชื่นชอบมัน
ดังนั้น จึง 'ขอบคุณที่เข้าใจ' ในตัวตนของไฮเดรนเยีย
เหมือนกับที่พวกเขาไม่เคยพูดคุยกัน
แต่พวกเขา 'เข้าใจ' กันและกัน
เคียวคิดว่ามันเหมือนกับ 'คนคนนั้น'
...คนที่จะมาเป็น 'คนสำคัญ' ของเขา
- Flower Flow - / END
......................................
...เป็นตอนที่ยาวที่สุดสำหรับเรื่องนี้ที่เขียนมาเลยวุ้ย
ชื่อตอน 'Flower Flow' ถ้าแปลเป็นไทยก็น่าจะว่า "การไหลของดอกไม้" (น้ำเน่าได้อีก)
ยิ่งเขียนก็ยิ่งรู้สึกดี เรื่องนี้น่ะเป็นเรื่องที่เขียนแล้วมีความสุขมากๆ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่เราชอบมากๆเลยนะ
และแล้วก็เอา 'ไฮเดรนเยีย' มาเล่นอีกจนได้ เจ้าดอกไม้ในตำนาน

มันสวยดีนะ...ชอบมาก แล้วเราก็คิดว่ามันเหมาะกับอิโนะจริงๆ

ช่อที่เคียวคุงให้อิโนะคงประมาณนี้มั้ง?
จู่ๆก็นึกอยากเขียนอะไรที่เกี่ยวกับดอกไม้ขึ้นมา
แล้วก็อยากฟื้นฟูตัวเองขึ้นมาด้วย (หวังว่ามันคงจะโอเค)
ชอบไหม? ดีไหม? โอเคไหม?
แต่ตอนนี้น่ะรู้สึกดี (ทางใจ) มากๆเลยแหละ (แต่ทางกายนี่ปวดหัวชิบ...)
(....ว่าแต่เจ้าสองตัวนี่จะสารภาพรักกันยังไงนะ? (ฮา))
ขอบคุณที่อ่านจ้า~
NoRin
(ชอบคุณข้อมูลจาก http://crescent.exteen.com/ ค่ะ)