ไปซื้อมาจนได้ T^T

posted on 23 Oct 2009 17:57 by norin  in Rement

 

ในที่สุดก็ได้มาแว้วววว~~~~~~~~~~~

 

โคทัตสึ ดิสเพลย์!!

 

 ไปซื้อมาถูกมาก!!!! ตอนแรกไปดูที่เซ็นทรัลเวิร์ล พันกว่าบาท นี่ไปเจอมาห้าร้อยกว่าเอง

 

พอแกะแล้วข้าในเป็นแบบนี้

 

 

 มาประกอบกันเถอะ

 

 

โต๊ะแสนสวย อ่ะ หาอะไรวางกันเถอะ

 

อากาศหนาวๆต้องกินสุกี้

 

หรือจะกินแฮมเบอร์เกอร์

 

 

มาทานข้าวกันเถอะค่ะ!!

 

 

หิวแล้วอ่าาาาาาา~~~~~

 

ตอนนี้ก็เล็งๆไว้อีกหลายชุดเลย จะต้องตามซื้อให้คบให้ได้!!

 

อันนี้ไปแอบถ่ายรูปมาที่เซ็นทรัลเวิลด์

 

 

คราวหน้าจะซื้ออันเน้~~~~~

 

 

อันนี้ก็คราวถัดไปๆๆๆ

 

ห้องในฝันของหนู

 

อยากได้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

 

 

><

 

เทวดาตัวน้อยของฉัน

posted on 04 Oct 2009 11:27 by norin  in SJ

 

ช่วงนี้ลี้ภัยกลับมาบ้านแล้วค่ะ

 

อา บ้านจ๋า คิดถึงจัง~

 

 

เจอเรื่องที่ทำให้ชีวิตบัดซบ แต่ต้องสลบเมื่อเจอหมอนี่...

 

 

คยู~~~~~~~~~~~~~~

 

คุณแม่ได้ดูโฆษณาแล้วค่ะ ขอโทษนะคะที่คุณแม่ไม่มีเวลา หนูน่ารักมากเลยค่ะ

ท่าเต้นแอ๊บแอ้ของหนูได้ใจคุณแม่มากๆ ราวกับเทวดาตัวน้อยนำพาแสงสว่างมาจริงๆ

 

 

หนูเฮก็น่ารักนะคะ แต่แขนหนูล่ำมากเลยค่ะ (แอร๊กกก คนทางขวาโมเอ้ดับ)

 

น่ารักสดใส พาใจป้ากระชุ่มกระชวย

 

อย่ากระนั้นเลย

 

โนะรินเขียนฟิก SJ แน่นอนแล้วค่ะ!!

 

แต่ว่า...แต่ว่า...

 

ขอ "อัญเชิญ" คุณสามีที่รักยิ่งทั้งสองมาเล่นด้วยนะคะ

 

เพราะว่าออกจาเจริญตามรอยคุณพ่อขนาดนี้

 

แอร๊กกกกกกกกกกกกก

 

หลอนค่ะ หลอนมากๆ

 

 

หลอนมากๆ เหมือน "ใครบางคน (สองคน)" แถวนี้

 

คยู~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~ >_<

 

 

ว่าแล้วก็จรลีไปเขียนฟิกนะคะ ขอโทษนะคะฮาคุโร่ซัง

แต่โนะรินเขียน "สองคนนั้น" ไว้ในเรื่องด้วยนะเอ้อ (ลองอ่านมั๊ย?) แหะๆ

 

แต่ถึงจะบอกฟิก SJ มันก็แค่ตัวละครอะนะ เรื่องมัน AU อ่ะ - -"

 

 

NoRin

 

 


Innocent chaostic world I

Innocent chaostic world II : melody of heaven

.................

 

*WARNING*

ENTRY ที่ท่านจะได้รับชมต่อไปนี้ มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับ ชายรักชาย

หากท่านไม่ประสงค์นิยมชมชอบ รับไม่ได้ ไม่เข้าใจ

กรุณา ออกจากบลอคนี้ไป ด่วน ค่ะ

 

โลกแห่งรักไร้เสียง
Innocent chaostic world

- silent blessing  -


...ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว

อากาศเกือบเย็นช่วงใกล้ค่ำให้ความรู้สึกประหลาดล้ำในความรู้สึก ช่วงรอยต่อของวันที่แสงอาทิตย์สุดท้ายกำลังค่อยๆลาลับโลกไปราวกับมีมนต์ขลังสะกดทุกสรรพสิ่งให้นิ่งงันด้วยถ้อยคำกระซิบแห่งมายา

ร่างเล็กเฝ้ามองควันบุหรี่สีขาวอมเทาที่กำลังลอยคว้างอยู่ในอากาศตรงหน้าอย่างเบื่อหน่าย ดวงตากลมโตสีดำเหลือบมองนาฬิกาที่ข้อมือเป็นระยะ

...วันนี้ทำไมกลับช้าเกินไปแล้ว?
...ทั้งๆที่เขาอุตส่าห์มารอแท้ๆเชียวนะ

ไม่บ่อยครั้งนักหรอกที่เคียวจะกลับบ้านเร็ว งานพิเศษที่เริ่มทำเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาทำเอาตารางเวลาของเขาเปลี่ยนไป จากที่ปกติเคยเจอกับใครบางคนในขบวนรถไฟเที่ยวเย็นเกือบทุกวัน กลายเป็นว่าบัดนี้จะเห็นหน้ากันก็นับครั้งได้ในหนึ่งอาทิตย์ ทั้งๆที่อยู่ห้องติดกันแท้ๆ

เสียงกีตาร์เหงาๆ ไม่ได้ผ่านผนังนั้นมานานเท่าไหร่แล้ว ดูเหมือนว่าฝ่ายนั้นก็จะเปลี่ยนตารางการทำงานเหมือนกัน ทำให้ช่วงเวลาที่เคยคิดว่าสมบูรณ์แบบนั้นค่อยๆจางลงตามสายลมแห่งกาลเวลา

ใบหน้ากลมซบลงกับราวระเบียงอลูมิเนียมเย็นเฉียบ

ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงอยากเจออีกฝ่ายนักหนา

...ความรู้สึกนี้เรียกว่าอะไร?

เสียงฝีเท้าไม่เบานัก ฟังจังหวะโดยที่ไม่ต้องเงยหน้าขึ้นก็รู้ว่าคนที่เป็นต้นกำเนิดเสียงนั้นกำลังเร่งรีบขนาดไหน น่าแปลกที่มนุษย์ต่างก็มีเท้าแค่สองข้างเหมือนกันแทบจะทั้งโลก แต่ในบรรดาประชากรรับหมื่นล้านต่างสรรค์สร้างเสียงแห่งการเดินได้ไม่ซ้ำแบบกันเลยซักคน

เสียงแบบนี้ เคียวจำได้...

ไม่ว่าจะเป็นเสียงอะไร เขาก็จำได้...

ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมา เพื่อสบกับดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของคนที่เพิ่งขึ้นบันไดมาจากชั้นล่าง ใบหน้าหวานมีไรหนวดนิดๆของอีกฝ่ายที่ไม่ได้เห็นมานานดูแปลกตาไปเล็กน้อยท่ามกลางแสงนีออนของไฟระเบียง พวกเขาน่าจะพูดกันซักครั้ง แต่คำทักทายก็ไม่เคยหลุดออกจากปากกันและกันเฉกเช่นเดียวกับทุกเวลา

สีหน้าของอิโนรันยังคงนิ่งเฉยอย่างทุกครั้งที่เขาเป็น สิ่งเดียวที่แสดงอารมณ์คือแววในดวงตาวูบไหว ถึงแม้จะไม่พูด ถึงแม้จะไม่ออกเสียง แต่เคียวก็รู้ว่าเขาเหนื่อย ไม่รู้เหมือนกันว่าตั้งแต่เมื่อไหร่แล้วที่พวกเขาสามารถเข้าใจความคิดของกันและกันได้โดยไม่ต้องอาศัยถ้อยคำ

ฝ่ามือใหญ่ชื้นเหงื่อเอื้อมมาสัมผัสกับข้อแขน อาศัยแรงเพียงนิดร่างเล็กๆก็ปะทะเข้ากับแผ่นอกของคนตัวสูงกว่า

ดวงตาสีดำสนิทเบิกค้างอย่างตกใจ เพราะถึงแม้พวกเขาจะเคยเดินจับมือกันมาบ้างแต่ก็แทบจะไม่ได้สัมผัสกันและกันไปมากกว่านี้ เคียวเคยหวาดกลัวกับการแตะเนื้อต้องตัวคนอื่น สิ่งที่เรียกว่า 'ความทรงจำในอดีต' ยังคงตามตอกย้ำปมอันไม่น่านึกถึงมันเสมอสำหรับจิตสำนึกของมนุษย์

แต่น่าแปลกที่คราวนี้เขากลับสงบนิ่งอย่างประหลาด

ในอ้อมกอดอันแสนอบอุ่น ราวถูกโอบคลุมด้วยสายลมอุ่นอันแสนอ่อนโยน...

ลำแขนสองข้างเลื่อนขึ้นโอบตอบ เปลือกตาปิดลงราวตั้งใจสดับฟังเสียงเต้นระรัวของหัวใจใต้ผนังอกนั้น ทำให้เขาไม่ได้เห็นในสิ่งที่ควรจะเห็น

เรียวปากสีอ่อนของคนตัวสูงกว่าคลี่ยิ้มจางๆ...วันนี้ทั้งวันได้รับคำอวยพรมากมาย แต่ก็ไม่มีสิ่งใดจะเทียบได้จากอ้อมกอดอุ่นๆนี้


...ขอบคุณสวรรค์ที่นำทางให้นายมาเจอฉัน


...ในเส้นทางแห่งความเงียบงันของเราสอง

 

- silent blessing  - / end


.......................................


ทำไมฉันถึงเขียนเรื่องนี้ล่ะ? ก็เพราะว่าฉันชอบ Theme ของเรื่องนี้มากๆน่ะสิ

มันอาจจะสั้น แต่กับเรื่องยาวไร้บทสนทนาแบบนี้ ถ้ายาวเกินไปก็จะทำให้น่าเบื่อ

 

วันนี้วันที่ 29 กันยายน 2009 / 29.09.09 เลขงามอีกวันแล้ว


ฉันอยากเขียนให้เยอะกว่านี้นะ สัญญาค่ะว่าจะเขียนให้มากกว่านี้ (ว่าแต่จะมีคนอ่านหรือเปล่านะ?)

 

12 ปี แล้วสินะคะ 12 ปีที่ได้รู้จกคุณ 12 ปีที่ได้อวยพรวันเกิดให้คุณ


มันยาวนานเสียจนไม่นึกเลยว่าจะรักใครได้มากขนาดนี้


คุณเป็นใครกันนะ? เป็นแค่คนคนหนึ่งที่ผ่านมาในชีวิต คุณไม่รู้ถึงการมีตัวตนของฉันเลย


แต่ฉันกลับรับเอาตัวตนของคุณมาใส่ในชีวิตของฉันเสียแล้ว

 

"ชีวิตของฉันไม่ใช่ของคุณ แต่ทุกลมหายใจของฉันเป็นของคุณ"

 

รักคุณมากจนมันก้าวข้ามคำว่ารักไปแล้ว ไม่คิดไม่ฝันเหมือนกันว่าชีวิตนี้จะชอบใครได้นานขนาดนี้

 

ดีใจที่คุณเกิดมา ขอบคุณสวรรค์ที่ส่งคุณมา

 

ความสุขของคุณก็คือความสุขของฉัน

ขอให้คุณมีชีวิตที่สวยงามอย่างที่คุณต้องการ


และฉันพร้อมที่จะยินดีในทุกการตัดสินใจของคุณ


ขอให้มีความสุขมากๆค่ะ

 

I loved you, I love you and always will...

HAPPY BIRTHDAY INORAN san

NoRin

แถม...

ล้อเล่นนะคะ ที่ร๊ากกกกกกกก~ ^^

ว่าแต่...

เอาคนนี้คืนม๊า~~~~~